เปิดตัวไปแล้วสำหรับ Harper’s Bangkok แกลเลอรีศิลปะร่วมสมัยแห่งใหม่และเป็นแกลเลอรี่ศิลปะสาขาต่างประเทศแห่งแรกอย่างเป็นทางการ โดยมี Mr.Harper Levine (ฮาร์เปอร์ เลวีน) เจ้าของและผู้ก่อตั้งแกลเลอรี Harper’s ที่มีสาขาอยู่ในนิวยอร์กกว่า 4 สาขา ได้แก่ Harper’s Chelsea 512, Harper’s Chelsea 534, Harper’s Apartment และ Harper’s Books
นับตั้งแต่ปี 1997 ที่เขาเปิด Harper’s แห่งแรกที่ East Hampton เรื่อยมาจนถึงการได้ร่วมงานกับ One Wall Art Foundation ประเทศไทย สู่ความต้องการที่จะเปิดตลาดใหม่ในภูมิภาคเอเชีย กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ Harper’s Bangkok แกลเลอรี่ศิลปะร่วมสมัยจากวิสัยทัศน์ของฮาเปอร์ ร่วมกับบริษัทสยามกลการ จำกัด ที่มองเห็นโอกาสและศักยภาพของตลาดซื้อ-ขายงานศิลปะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยการเปลี่ยนพื้นที่ 2,500 ตารางฟุตของอาคาร Siam Patumwan House ให้กลายเป็นแกลเลอรี่แห่งใหม่กลางกรุงเทพฯ ภายใต้การออกแบบของ studioMDA สถาปนิกจากนิวยอร์กร่วมกับทีมสถาปนิกไทย






สำหรับนิทรรศการแรกของ Harper’s Bangkok นำเสนอ Lost and Found นิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของศิลปินชาวอเมริกัน Joel Mesler
สำหรับ Joel Mesler เขาคือศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรมที่ผสมผสานระหว่าง งานออกแบบตัวอักษร (Typography), งานออกแบบลวดลายพืชพันธุ์ (Botanical Pattern Design) และ ภาพเขียนทิวทัศน์ที่ให้บรรยากาศแบบพื้นที่เขตร้อนอันอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของภาวะโหยหาอดีต (nostalgia) เช่นเดียวกับผลงานทั้ง 18 ชิ้นที่นำมาจัดแสดง Lost and Found กับการบอกเล่าเรื่องราวการออกค้นหาตัวตน ความทรงจำ เรื่องราวชีวิตของศิลปินผ่านสีสันบนผืนผ้าใบกับผลงานทั้ง 18 ชิ้น



นิทรรศการ ‘Lost and Found’ เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันนี้ – 30 พฤษภาคม 2569 ที่ Harper’s Bangkok ชั้น L อาคารสยามปทุมวัน เฮ้าส์ เปิด อังคาร-เสาร์ เวลา 11.00 – 18.00 น.
แม้จะมีการเปิดตัวของพื้นที่ทางศิลปะหลายก่อนหน้า อย่าง Dib Bangkok, Bangkok Kunsthalle หรือ Khao Yai Art Forest ทว่าเข้าสู่ไตรมาสที่สองของปี 2026 หลายคนอาจจะพอได้ยินข่าวสารในวงการศิลปะร่วมสมัยไทยเกี่ยวกับแกลเลอรี่หลายแห่งในกรุงเทพฯ ที่จะเริ่มมีการปรับกิจการเปลี่ยนแผนการดำเนินงาน การย้ายทำเลที่ตั้ง ไปจนถึงการปิดตัวของแกลเลอรี่จำนวนหนึ่ง ซึ่งก็เป็นที่น่าสนใจว่าผู้บริหาร Harper’s Bangkok เล็งเห็นโอกาสหรือความเป็นไปได้ใดในตลาดการซื้อ-ขายงานศิลปะของเมืองไทยในภาวะเศรษฐกิจที่เป็นเช่นนี้ เราก็คงจะต้องมาจับตาต่อไป
