1 – 8 สิงหาคม 2569 ณ Thara Hall, Walk Way และ Arts Way ชั้น M ไอคอนสยาม

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ ไอคอนสยาม และ ชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ จัดนิทรรศการ “สิริขัตติยกษัตริย์ ดวงใจรักแห่งแผ่นดิน” รวบรวมผลงานของศิลปินแห่งชาติและศิลปินชั้นนำของประเทศไทย เพื่อแสดงออกถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณผ่านภาษาของศิลปะ อันเป็นการหลอมรวมองค์ความรู้ ความงดงาม และความจงรักภักดีไว้ในพื้นที่เดียวกัน

พิธีเปิดนิทรรศการจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม โดยมี พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสด็จไปทรงเป็นประธานเปิดนิทรรศการ ณ ธารา ฮอลล์ ชั้น M ไอคอนสยาม โดยเปิดให้ประชาชนเข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายจนถึงวันที่ 8 สิงหาคม 2569

แม้นิทรรศการครั้งนี้จะรวบรวมผลงานทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ แต่สิ่งที่ทำให้การจัดแสดงมีความน่าสนใจยิ่งกว่าการรวมตัวของศิลปินชื่อดัง คือการที่ศิลปินแต่ละคนต่างเลือกถ่ายทอดความหมายของ “พระมหากรุณาธิคุณ” ผ่านแนวทางการสร้างสรรค์ที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ไม่มีผลงานชิ้นใดใช้วิธีการเดียวกัน แต่ทุกชิ้นต่างมุ่งไปสู่จุดหมายเดียวกัน คือการเทิดพระเกียรติและการบันทึกความทรงจำผ่านศิลปะ

ภายในนิทรรศการ ผู้ชมจะได้พบกับผลงานของศิลปินแห่งชาติ จักรพันธุ์ โปษยกฤต, ปัญญา วิจินธนสาร และ ปริญญา ตันติสุข ซึ่งต่างเป็นบุคคลสำคัญที่มีบทบาทต่อพัฒนาการของศิลปะไทยร่วมสมัย

จักรพันธุ์ โปษยกฤต ศิลปินแห่งชาติผู้ได้รับการยกย่องในฐานะปรมาจารย์ด้านจิตรกรรมไทยและงานช่างศิลป์ ถ่ายทอดพระบรมฉายาลักษณ์ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผ่านรูปแบบจิตรกรรมไทยร่วมสมัยที่ยังคงยึดโยงกับขนบศิลปะไทยอย่างมั่นคง ทั้งการจัดองค์ประกอบ เส้น สี และรายละเอียดอันวิจิตร ซึ่งเป็นลายเซ็นทางศิลปะของอาจารย์จักรพันธุ์มาตลอดหลายทศวรรษ ผลงานของท่านไม่เพียงสะท้อนพระบารมี หากยังแสดงให้เห็นถึงคุณค่าของศิลปกรรมไทยที่ยังคงร่วมสมัยอยู่เสมอ

ด้าน ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ปัญญา วิจินธนสาร นำเสนอผลงาน “ดวงใจแม่” ภาพของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ถ่ายทอดความรัก ความผูกพัน และการส่งต่อคุณค่าจากรุ่นสู่รุ่น ผ่านลีลาการสร้างสรรค์ที่ผสมผสานรากฐานของศิลปะไทยเข้ากับการเคลื่อนไหวของภาพพอร์ตเทรตร่วมสมัย อันเป็นแนวทางที่ศิลปินพัฒนามาอย่างต่อเนื่องและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

ส่วน ปริญญา ตันติสุข นำเสนอจิตรกรรมที่ยังคงเอกลักษณ์ของศิลปินในการใช้สี แสง และบรรยากาศเพื่อสื่อสารอารมณ์และมิติทางจิตวิญญาณ ผลงานของเขาไม่ได้มุ่งบันทึกภาพตามความเป็นจริง หากเชื้อเชิญให้ผู้ชมใช้เวลาใคร่ครวญและสัมผัสคุณค่าภายในของภาพ อันเป็นแนวทางที่ศิลปินยึดถือมาตลอดการสร้างสรรค์ผลงาน

นิทรรศการยังเปิดพื้นที่ให้ศิลปินผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์แขนงต่าง ๆ ถ่ายทอดทักษะเฉพาะตัวอย่างเต็มที่

พินิตย์ พันธประวัติ นำเสนอผลงานภาพพิมพ์แกะแม่พิมพ์ล่องลึก ซึ่งสะท้อนศาสตร์แห่งความละเอียดอ่อนที่ต้องอาศัยทั้งความแม่นยำและความอดทน ศิลปินเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและแกะแม่พิมพ์ธนบัตรไทย ผลงานของเขาปรากฏอยู่บนธนบัตรที่คนไทยใช้ในชีวิตประจำวัน ก่อนจะนำองค์ความรู้ด้านการแกะโลหะมาพัฒนาเป็นงานศิลปะหลังเกษียณจากธนาคารแห่งประเทศไทย จนเกิดเป็นผลงานที่เผยให้เห็นความงามของเส้นสายและรายละเอียดในระดับที่แทบไม่อาจมองข้าม

ทางด้าน วัชระ ประยูรคำ ถ่ายทอดประติมากรรมรูปเหมือนที่โดดเด่นด้วยความสมจริง ทั้งสัดส่วน กายวิภาค และรายละเอียดของพื้นผิว ผลงานแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการถ่ายทอดบุคลิกลักษณะและอารมณ์ของบุคคล จนประติมากรรมแต่ละชิ้นเปรียบเสมือนการหยุดช่วงเวลาหนึ่งไว้ในรูปทรงสามมิติ

นที ทับทิมทอง นำเสนอประติมากรรมพระบรมรูปของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ด้วยความละเมียดละไมของการปั้นรูปเหมือน ถ่ายทอดทั้งพระสิริโฉมและพระอิริยาบถที่เปี่ยมด้วยพระเมตตา สะท้อนประสบการณ์ด้านประติมากรรมรูปเหมือนที่ศิลปินสั่งสมมาอย่างยาวนาน

ขณะที่ นพดล วิรุฬห์ชาตะพันธุ์ เลือกใช้วัสดุพื้นฐานอย่าง ปูนปลาสเตอร์เคลือบน้ำสบู่ วัสดุที่เรียบง่ายและเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ประติมากรรม มาสร้างสรรค์ผลงานที่แสดงให้เห็นว่า คุณค่าของงานศิลปะไม่ได้ขึ้นอยู่กับความล้ำค่าของวัสดุ หากแต่อยู่ที่แนวคิด กระบวนการ และฝีมือของศิลปิน

ในส่วนของจิตรกรรม อลงกรณ์ หล่อวัฒนา นำเสนอภาพเหมือนที่ผสานความสมจริงเข้ากับระบบสัญลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว รายละเอียดที่แทรกอยู่ในองค์ประกอบของภาพไม่ได้มีไว้เพื่อความงามเพียงอย่างเดียว แต่ทำหน้าที่สื่อสารเรื่องราว ความหมาย และตัวตนของบุคคลในภาพอย่างลุ่มลึก

วิรัญญา จิราธิกิตติ์ ถ่ายทอดผลงานผ่านจิตรกรรมไทยร่วมสมัยที่ยังคงรักษารากฐานของศิลปะไทยประเพณี ทั้งด้านเส้น ลวดลาย และองค์ประกอบ ก่อนนำมาตีความใหม่ให้สอดคล้องกับมุมมองของศิลปินในปัจจุบัน เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการสืบทอดศิลปะไทยควบคู่ไปกับการสร้างสรรค์ร่วมสมัย

ขณะที่ ชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ หนึ่งในผู้ริเริ่มโครงการครั้งนี้ นำเสนอผลงานจิตรกรรมจำนวน 8 ชิ้น ที่สร้างสรรค์ด้วยแนวทาง Old Master ซึ่งให้ความสำคัญกับการศึกษาค้นคว้าทางประวัติศาสตร์อย่างละเอียดก่อนลงมือสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นพระอิริยาบถ เครื่องทรง สถาปัตยกรรม หรือองค์ประกอบรายล้อม ล้วนผ่านการค้นคว้าจากหลักฐานอ้างอิง เพื่อให้ผลงานมีทั้งความงดงาม ความสมจริง และความถูกต้องทางประวัติศาสตร์

อีกหนึ่งความน่าสนใจของนิทรรศการ คือการต่อยอดผลงานต้นแบบของศิลปินสู่สื่อร่วมสมัย ด้วยการสร้างสรรค์ ภาพยนตร์แอนิเมชันเทิดพระเกียรติความยาวกว่า 6 นาที ซึ่งพัฒนาจากผลงานศิลปะภายในนิทรรศการ ก่อนเผยแพร่พร้อมกันบนเครือข่ายจอดิจิทัลขนาดใหญ่ของ Plan B ทั่วกรุงเทพมหานคร นับเป็นการขยายขอบเขตของการรับรู้ศิลปะจากพื้นที่จัดแสดงสู่พื้นที่สาธารณะ ทำให้ผู้คนได้มีโอกาสสัมผัสงานศิลปะในชีวิตประจำวัน

นอกจากการจัดแสดงผลงานแล้ว ยังมีกิจกรรมเสวนาวิชาการในวันที่ 6 สิงหาคม 2569 เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านศิลปะไทย โดยเวลา 14.00–15.00 น. เป็นการบรรยายเรื่องราวและคุณูปการของ จักรพันธุ์ โปษยกฤต ถ่ายทอดโดย วัลลภี สถาประเสริฐ ศิษย์เอกผู้สืบทอดองค์ความรู้ด้านศิลปกรรมของอาจารย์จักรพันธุ์ ส่วนเวลา 15.00–16.00 น. ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ปัญญา วิจินธนสาร จะบรรยายในหัวข้อ “จากศิลปะไทยสู่การเคลื่อนไหวของภาพพอร์ตเทรตร่วมสมัยในสยามประเทศ” ถ่ายทอดแนวคิดและประสบการณ์ในการพัฒนาศิลปะไทยสู่บริบทร่วมสมัยแก่เยาวชน นักศึกษา ศิลปินรุ่นใหม่ และผู้สนใจทั่วไป

นิทรรศการ “สิริขัตติยกษัตริย์ ดวงใจรักแผ่นดิน” จึงมิใช่เพียงการรวบรวมผลงานศิลปะเพื่อเทิดพระเกียรติ หากยังเป็นภาพสะท้อนของความหลากหลายทางความคิดและทักษะของศิลปินไทยต่างรุ่น ที่แม้จะใช้ภาษาทางศิลปะแตกต่างกัน แต่ต่างร่วมกันบันทึกความทรงจำ ความเคารพ และความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณผ่านผลงานที่เปี่ยมด้วยคุณค่าทางศิลปะและวัฒนธรรม