กระทรวงวัฒนธรรม โดยสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) ประกาศรายชื่อศิลปินร่วมสมัยดีเด่นรางวัล “ศิลปาธร” ประจำปีพุทธศักราช 2569 จำนวน 7 ราย จาก 7 สาขา ครอบคลุมตั้งแต่ทัศนศิลป์ สถาปัตยกรรม วรรณศิลป์ ดนตรี ศิลปะการแสดง ศิลปะการออกแบบ ไปจนถึงภาพยนตร์และสื่อเคลื่อนไหว เพื่อยกย่องศิลปินร่วมสมัยรุ่นกลางที่มีผลงานโดดเด่น มีพัฒนาการทางความคิดและการสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง ตลอดจนสร้างคุณูปการต่อวงการศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยของไทย

ศิลปินที่ได้รับรางวัลศิลปาธร ประจำปี 2569 ประกอบด้วย วันทนีย์ ศิริพัฒนานันทกูร สาขาทัศนศิลป์, บุญเลิศ เหมวิจิตรพันธ์สาขาสถาปัตยกรรม, โตมร ศุขปรีชา สาขาวรรณศิลป์, บุญรัตน์ ศิริรัตนพันธ สาขาดนตรี, นิเวศ แววสมณะ สาขาศิลปะการแสดง, ธีรชัย ศุภเมธีกูลวัฒน์ สาขาศิลปะการออกแบบ และ ก้องเกียรติ โขมศิริ สาขาภาพยนตร์และสื่อเคลื่อนไหว

คำว่า “ศิลปาธร” หมายถึง “ผู้ทรงไว้ซึ่งศิลปะ” หรือ “ผู้รักษาไว้ซึ่งศิลปะ” โครงการดังกล่าวดำเนินการมาตั้งแต่ พ.ศ. 2547 โดยมุ่งส่งเสริม สนับสนุน และยกย่องศิลปินร่วมสมัยรุ่นกลางที่ทุ่มเทพลังความคิด สติปัญญา และประสบการณ์ในการสร้างสรรค์ผลงานจนเป็นที่ประจักษ์ รวมทั้งมีการเผยแพร่ผลงานอย่างต่อเนื่องทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ ผู้ได้รับการยกย่องจะได้รับเข็มเชิดชูเกียรติและเงินรางวัล 100,000 บาท

นับตั้งแต่เริ่มโครงการจนถึง พ.ศ. 2568 มีศิลปินได้รับการยกย่องเป็นศิลปินศิลปาธรแล้ว 122 ราย และ 1 พระนาม ได้แก่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ซึ่งทรงได้รับการยกย่องในสาขาศิลปะการออกแบบ (แฟชั่นและเครื่องประดับ) เมื่อรวมผู้ได้รับรางวัลประจำปี 2569 อีก 7 ราย จึงสะท้อนภาพของศิลปินจากหลากหลายรุ่นและสาขาที่มีส่วนสำคัญต่อพัฒนาการของศิลปะร่วมสมัยไทยตลอดเวลากว่าสองทศวรรษ

สำหรับปีนี้ มีศิลปินได้รับการเสนอชื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณารวม 189 ราย โดยสาขาทัศนศิลป์มีผู้ได้รับการเสนอชื่อมากที่สุด 39 ราย ตามด้วยวรรณศิลป์และดนตรี สาขาละ 36 ราย ขณะที่ศิลปะการออกแบบมีผู้ได้รับการเสนอชื่อ 17 ราย กระบวนการคัดเลือกดำเนินผ่านคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญรายสาขา ก่อนเสนอรายชื่อเข้าสู่คณะกรรมการตัดสินและคณะกรรมการอำนวยการโครงการเพื่อให้ความเห็นชอบในขั้นสุดท้าย

7 ศิลปิน 7 แนวทางการสร้างสรรค์

วันทนีย์ ศิริพัฒนานันทกูร

ใน สาขาทัศนศิลป์ วันทนีย์ ศิริพัฒนานันทกูร เป็นศิลปินที่ทำงานข้ามสื่อทั้งภาพเคลื่อนไหว ศิลปะจัดวาง ประติมากรรม เสียง และข้อความ โดยให้ความสนใจกับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ อำนาจ การรับรู้ ตลอดจนความสัมพันธ์ข้ามสายพันธุ์ หนึ่งในแกนสำคัญของการทำงานคือความสัมพันธ์ระยะยาวกับ “Beuys” นกแก้วแอฟริกันเกรย์ ซึ่งนำไปสู่การทบทวนสถานะของมนุษย์ในฐานะผู้สังเกตและผู้กำกับ วันทนีย์เคยเป็นหนึ่งในศิลปินตัวแทนประเทศไทยร่วมแสดงใน Thailand Pavilion ในเทศกาลศิลปะนานาชาติเวนิส เบียนนาเล่ ครั้งที่ 53 เมื่อ พ.ศ. 2552 และเข้าร่วมโครงการศิลปินพำนักระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง

บุญเลิศ เหมวิจิตรพันธ์

บุญเลิศ เหมวิจิตรพันธ์ ผู้ได้รับรางวัล สาขาสถาปัตยกรรม เป็นสถาปนิกและผู้ก่อตั้ง Boon Design มีผลงานโดดเด่นด้านบ้านพักอาศัยและรีสอร์ต แนวทางการออกแบบของเขาให้ความสำคัญกับความเรียบง่าย ธรรมชาติ สภาพอากาศ และรายละเอียดของพื้นที่ พร้อมผสานองค์ความรู้จากสถาปัตยกรรมท้องถิ่นเข้ากับภาษาการออกแบบร่วมสมัย ผลงานสำคัญ อาทิ Rabbit Residence, Raya Heritage, Blind House และ Casa Cloud ซึ่งได้รับรางวัลด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

โตมร ศุขปรีชา

ด้าน วรรณศิลป์ โตมร ศุขปรีชา เป็นนักเขียน นักแปล คอลัมนิสต์ และบรรณาธิการที่มีผลงานครอบคลุมประเด็นสังคม ศิลปวัฒนธรรม ปรัชญา การเดินทาง และความสัมพันธ์ จุดเด่นอยู่ที่ความสามารถในการนำประเด็นซับซ้อนมาถ่ายทอดผ่านภาษาที่เข้าถึงง่าย แต่ยังคงความแหลมคมและชั้นเชิงทางความคิด ผลงานหนังสือของเขามีตั้งแต่ กาแฟและชา หมาและแมวลมฟ้าอาหารย่องเบาเข้าญี่ปุ่นในโลกที่ไม่ได้เป็นของเรา ไปจนถึง หินบนฟ้า ลาวาใต้สมุทร นอกจากนี้ยังเคยได้รับรางวัลนักแปลดีเด่น “สุรินทราชา” ประจำปี 2566 และรางวัลบรรณาธิการดีเด่น “คุณนิลวรรณ ปิ่นทอง” ประจำปี 2567

บุญรัตน์ ศิริรัตนพันธ

บุญรัตน์ ศิริรัตนพันธ ใน สาขาดนตรี โดดเด่นจากการสร้างสรรค์ดนตรีร่วมสมัยที่ท้าทายขนบการฟัง ด้วยการผสมผสานดนตรีไทย ดนตรีคลาสสิกตะวันตก ดนตรีสมัยนิยม ดนตรีทดลอง และอิเล็กทรอนิกส์เข้าด้วยกัน ผลงานของเขามักตั้งคำถามถึงนิยามของ “ดนตรีไทย” “ดนตรีไทยร่วมสมัย” และแม้กระทั่งความหมายของ “ความไพเราะ” พร้อมผลักขีดจำกัดของนักดนตรีและเทคนิคการบรรเลงไปสู่ความเป็นไปได้ใหม่ๆ

นิเวศ แววสมณะ

ใน สาขาศิลปะการแสดง นิเวศ แววสมณะ ได้รับการยกย่องในฐานะผู้บุกเบิกหุ่นกระบอกไทยร่วมสมัย ผู้เชื่อมโยงศาสตร์การสร้างและเชิดหุ่นเข้ากับวรรณกรรม นาฏศิลป์ ดนตรี และทัศนศิลป์ พร้อมทำงานทั้งในฐานะศิลปินและครูผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่าน “พิพิธภัณฑ์บ้านตุ๊กกะตุ่น หุ่นกระบอกไทย” ทำให้ศิลปะการแสดงดั้งเดิมสามารถสื่อสารกับผู้ชมร่วมสมัยได้โดยยังรักษารากฐานทางวัฒนธรรมเอาไว้

ธีรชัย ศุภเมธีกูลวัฒน์

ธีรชัย ศุภเมธีกูลวัฒน์ ผู้ได้รับรางวัล สาขาศิลปะการออกแบบ เป็นนักออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ผลักดันงานออกแบบไทยสู่เวทีนานาชาติ โดยเฉพาะการสร้างคุณค่าใหม่ให้วัสดุพลาสติกและพลาสติกรีไซเคิล ผ่านการผสานความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม ความยั่งยืน และอัตลักษณ์ท้องถิ่นเข้ากับ Design Storytelling นอกจากการสร้างผลิตภัณฑ์แล้ว เขายังมีบทบาทในการถ่ายทอดองค์ความรู้แก่นักออกแบบ ผู้ประกอบการ และบุคลากรในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง

ก้องเกียรติ โขมศิริ

ปิดท้ายด้วย ก้องเกียรติ โขมศิริ ใน สาขาภาพยนตร์และสื่อเคลื่อนไหว ผู้กำกับและนักเขียนบทที่ทำงานในอุตสาหกรรมภาพยนตร์มายาวนานกว่า 25 ปี ผลงานของเขาโดดเด่นด้วยการควบคุมองค์ประกอบทางภาพ เสียง การตัดต่อ งานสร้าง การกำกับนักแสดง และการเล่าเรื่องเพื่อสร้างประสบการณ์เข้มข้นแก่ผู้ชม โดยเฉพาะความเชี่ยวชาญในภาพยนตร์สยองขวัญที่กลายเป็นหนึ่งในอัตลักษณ์สำคัญของการทำงาน

หลังการประกาศผล กระทรวงวัฒนธรรมและสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยเตรียมจัดกิจกรรมเชิดชูเกียรติ รวมถึงกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเผยแพร่ผลงานของศิลปินศิลปาธรภายในปี 2569 เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ ภูมิปัญญา และกระบวนการสร้างสรรค์ไปยังศิลปินรุ่นใหม่และสาธารณชน

มากกว่าการประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัล ศิลปาธรจึงทำหน้าที่เสมือนภาพตัดขวางของวงการสร้างสรรค์ไทยในแต่ละช่วงเวลา ตั้งแต่งานศิลปะที่ตั้งคำถามต่อความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งมีชีวิตอื่น สถาปัตยกรรมที่กลับไปสนทนากับบริบทและภูมิปัญญาท้องถิ่น งานเขียนและดนตรีที่รื้อสำรวจกรอบความคิดเดิม ไปจนถึงหุ่นกระบอก การออกแบบผลิตภัณฑ์ และภาพยนตร์ที่ต่างค้นหาวิธีเชื่อมโยงมรดกทางวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และสังคมร่วมสมัยเข้าด้วยกัน