“ตนเป็นที่พึงแห่งตน” หัวข้อหลักของโครงการในปีนี้ไม่ได้สะท้อนผ่านผลงานของเหล่าศิลปินที่จัดแสดงสมบูรณ์ในห้องนิทรรศการเท่านั้น  แต่การเป็นที่พึ่งแก่ตนเองเริ่มต้นตั้งแต่กระบวนการคิด นำเสนอ เรื่อยไปจนถึงกระบวนการติดตั้งที่ในปีนี้ทาง ทีมหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ได้ปรับเพิ่มเข้ามาเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับศิลปินรุ่นใหม่ วันนี้ทางเราได้มีโอกาสพูดคุยกับทีม ROUNDMADE STUDIO ทีมติดตั้งที่อยู่เบื้องหลังภาพห้องนิทรรศการที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งในปีนี้ได้รับเชิญมาเป็น วิทยากรพิเศษ ของโครงการบ่มเพาะและสร้างเครือข่ายศิลปินรุ่นใหม่ ครั้งที่ 8

“ทั้งนิทรรศการนี้ เรามีเวลาทำงานทั้งหมด 9 วัน รวมวัน workshop กับศิลปิน 1 วัน”

รุ่งเรือง สิทธิฤกษ์ ศิลปินอิสระที่มีทักษะการติดตั้งตั้งงาน จากประสบการณ์การทำงานที่เกิดจากการสร้างสรรค์ผลงานของตัวเองในทุกกระบวนการ ทำให้การเข้ามาเป็นคีย์แมนของเขาในโครงการนี้ไม่เพียงแต่ให่ทัศนะให้งานติดตั้งเท่านั้น แต่เป็นการแบ่งปันทัศนะในฐานะศิลปินรุ่นพี่อีกด้วย

รุ่งเรืองเล่าให้เราฟังจากประสบการณ์ที่เป็น ศิลปินในโครงการบ่มเพาะและสร้างเครือข่ายศิลปินรุ่นใหม่ ครั้งที่ 2 “การทำงานในครั้งนั้นมีการแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน” ศิลปินมีหน้าที่ทำงานสร้างสรรค์ของตัว และนำเสนอแก่ทีมติดตั้งว่าต้องการจัดออกมาในรูปแบบไหน หลังจากนั้นจะเป็นหน้าที่ของทีมติดตั้งที่จะต้องรังสรรค์พื้นที่ให้สอดรับกับงานที่เขาสร้างสรรค์ ทว่าในปีนี้การทำงานระหว่างศิลปินและทีมงานต่างกันออกไป ความพยายามในการสร้างประสบการณ์และปูพื้นฐานองค์ความรู้ให้แก่ศิลปินรุ่นใหม่ที่มากกว่าแค่การสร้างสรรค์งานของตนเองนั้น ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นโจทย์สำคัญของนิทรรศการนี้

ภาพบยรรยายกาศการ workshop ก่อนทำงานจริง (ภาพจาก BACC)

เมื่อผลงานเสร็จสมบูรณ์ จากที่ศิลปินสามารถผ่อนคลายและปล่อยหน้าที่ให้ห้องนิทรรศการให้เป็นของทีมติดตั้ง ในครั้งนี้ทุกกระบวนการทำงานภายในห้องนิทรรศการ ศิลปินต้องเข้ามาเรียนรู้และทำงานควบคู่ไปกับทีม ตลอดระยะเวลา 8 วันบนพื้นที่ห้องนิทรรศการชั้น 7 ที่ไม่สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างหลักของห้องได้ (แตกต่างจากครั้งก่อนๆ ที่ศิลปินสามารถเคลื่อนย้ายผนังเบา หรือสร้างโครงสร้างขึ้นมาใหม่ได้) การทำงานเริ่มต้นจากการพูดคุยถึงชิ้นงานแต่ละชิ้นที่ศิลปินต้องการจะสื่อสาร การมองเห็นภาพที่ชัดเจนและตรงกันระหว่างทั้งสองฝ่ายถือเป็นสิ่งสำคัญ

นิทรรศการนี้ประกอบไปด้วยผลงานของศิลปินทั้งสิ้น 8 คน ความลื่นไหลและบทสนทนาระหว่างชิ้นงานเป็นเรื่องสำคัญ ศิลปินแต่ละคนเลือกพื้นที่ในการแสดงงานของตนเองซึ่งสิ่งนี้รุ่งเรืองให้ความสำคัญและเคารพในการตัดสินใจของศิลปิน เพียงแต่เมื่อมีบางจุดที่เกิดข้อสงสัยเขาตั้งคำถาม อาทิ ผลงานของ ยศสุนทร รัตตประดิษฐ์ศิลปินมีภาพว่าต้องเป็นการฉายวิดีโอเต็มผนังห้องนิทรรศการ ซึ่งในความเป็นจริงนั้นระยะของผนังและประสิทธิภาพของเครื่องฉายที่เรามีอยู่นั้นไม่สามารถทำได้ เราก็เสนอว่าถ้าลดทอนลงมาแบบนี้จะเป็นไปได้มั้ย ซึ่งศิลปินก็ตกลง” แม้จะปรับลดขนาดของหน้าจอลง แต่เรื่องราวที่ต้องการสื่อสารกลับเด่นชัดขึ้น

ยศสุนทร รัตตประดิษฐ์, Hyper Inter Me, 2568
(ด้านหน้า) พิชชาภา หวังประเสริฐกุล, Things Left to Forget, 2568 (ด้านหลัง) ลลิตา สิงห์คำปุก, Goodbye for now, 2568

ในงาน พิชชาภา หวังประเสริฐกุล โครงสร้างขนาดใหญ่ที่อนุญาตให้ผู้ชมเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์ เมื่อนำเข้าสู่พื้นที่จัดแสดงแล้วมีการเสริมโครงสร้างเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้มากขึ้น กับชิ้นงานที่สื่อสารถึงบ้านของ ลลิตา สิงห์คำปุก ผ่านการเก็บงานโดยทีมติดตั้งในพื้นผิวเรียบร้อย อบอุ่น เสมือนกำลังเดินเข้าสู่บ้านที่อาศัยอยู่จริงๆ

พิชชาภา หวังประเสริฐกุล, Things Left to Forget, 2568
ลลิตา สิงห์คำปุก, Goodbye for now, 2568

ผลงานที่ดูเหมือนจะไม่มีปัญหาในแง่ของการติดตั้งอย่างงานที่แขวนเข้ากับผนัง ก็ยังพบเรื่องที่ต้องปรับหน้างาน ผลงานของ ธนวัฒน์ นุ่มเจริญ ศิลปินใช้แผ่นอะคริลิคเป็นวัสดุในการนำเสนอผลงานการแขวนจากด้านหลังดังเช่นปกติก็จะทำให้เกิดเส้นแขวนที่รบกวนชิ้นงานที่นำเสนออยู่ด้านหน้า หรือแม้แต่งานภาพวาดที่ใส่กระจกก็ทำให้เกิดเงาสะท้อนจนมองไม่เห็นภาพเมื่อจัดแสงไฟ ความรู้เรื่องวัสดุที่สามารถเอามาใช้ทดแทนได้จึงถูกนำมาใช้ในกระบวนการนี้

ธนวัฒน์ นุ่มเจริญ, The Elephant Cosmology: Fossils and Civilizations, 2568  

ผลงานของ ภาพิมล หล่อตระกูล เป็นผลงานที่ตั้งอยู่ระหว่าง ยศสุนทร รัตตประดิษฐ์ และ พิพัฒน์พงศ์ ศรีเพ็ง การที่มีผลงานชิ้นหนึ่งเล่าเรื่องที่ต่างออกไปจากชิ้นงานอื่นที่อยู่แวดล้อม การทำความเข้าใจร่วมกันถึงบทสนทนาที่จะเกิดขึ้นจึงเริ่มต้นขึ้น “ผมก็ถามศิลปินทั้ง 3 คนว่าถ้างานมันอยู่ในระยะสายตาที่มันใกล้กัน มันมีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะขยับงานเล็กน้อย เพื่อให้ชิ้นงานแต่ละชิ้นไม่ตะโกนเล่าเรื่องแข่งกันเอง”

ภาพิมล หล่อตระกูล, The Vessel, 2568
ภาพิมล หล่อตระกูล, Vessel of Contemplation, 2568
ภาพิมล หล่อตระกูล

นอกจากตำแหน่งของชิ้นงาน ภาพิมล หล่อตระกูล รุ่งเรืองเล่าว่า “งานชุดนี้ถือเป็นอีกหนึ่งชิ้นที่ใช้เวลาจัดการนานที่สุด” ฐานของชิ้นงานที่เกิดจากการเรียงชั้นต่อกันของถ้วยชามเซรามิกที่ถูกส่งตรงจากโรงเผาในช่วงท้าย และขนาดของเซรามิกที่หดตัวลงหลังจากเผาทำให้เมื่อนำมาเรียงต่อตามต้นแบบแล้วไม่ได้ผลลัพธ์ตามภาพที่ต้องการ ความสูงที่ไม่ได้ระนาบทำให้ไม่สามารถติดตั้งงานที่แสดงบนโต๊ะได้ การปรับเปลี่ยนตำแหน่งของภาชนะแต่ละชิ้นถูกนำขึ้นมาพูดคุยกันว่าจะทำให้เรื่องราวที่ศิลปินต้องการสื่อสารผิดเพี้ยนไปหรือไม่ การประกอบหน้าโต๊ะจากไม้หลายแผ่น การสร้างระนาบที่แนบสนิทมีเทคนิคพิเศษที่ยึดไม้เหล่านี้เข้าด้วยกันโดยไม่รบกวนชิ้นงานที่แสดงตัวอยู่

ยศสุนทร รัตตประดิษฐ์ , Hyper Inter Me, 2568

ในงานของ ยศสุนทร รัตตประดิษฐ์ มีการปรับโครงสร้างหลักของชิ้นงาน จากข้อจำกัดที่ห้ามเจาะเพดานของหอศิลป์ ทำให้ทีมสร้างคานเหล็กเพื่อติดตั้งจอโทรทัศน์ด้านบน  ส่งเสริมให้ผลงานของศิลปินเป็นซุ้มประตูข้อมูลที่ผู้ชมต้องเดินผ่านพร้อมรับข้อมูลและเป็นข้อมูลโดยไม่รู้ตัว

อภิสรา ห่อไพศาล
อภิสรา ห่อไพศาล

อภิสรา ห่อไพศาล ศิลปินผู้เตรียมความพร้อมสำหรับทีมติดตั้งอย่างละเอียด รุ่งเรืองเล่าให้ฟังถึงกระบวนการทำงานของศิลปินว่ามีการจัดการได้ในระดับที่ดี ชิ้นงานไม่ซับซ้อนและมีพื้นที่สื่อสารของตัวเองชัดเจน สิ่งที่ทางทีมติดตั้งเข้ามาช่วยเหลือเป็นเพียงเรื่องเชิงเทคนิคอาทิ งานที่เกี่ยวกับอุปกรณ์ไฟ การติดตั้งโครงสร้างหลัก เป็นต้น

อีกหนึ่งงานที่จัดการได้ค่อนข้างตามที่วางแผนคือ งานของ พิพัฒน์พงศ์ ศรีเพ็ง ด้วยตัวพื้นที่ที่ศิลปินเลือกใช้เป็นห้องที่กั้นแยกจากงานทุกชิ้น ผนังของห้องที่เตรียมพร้อมจะรื้อถอนหลังจบงาน ทำให้ศิลปินสามารถใช้พื้นที่ได้อย่างเต็มที่ ทั้งการติดวอลเปเปอร์บนผนัง การวาดลงสีหรือการเจาะต่างๆ มีเพียงสิ่งเดียวที่ทางทีมกังวลคือการเปราะบางของชิ้นงานติดตั้ง และตัวผังของห้องที่มีมุมบังคับทิศทางอยู่ การติดตั้งงานและการวางผังเพื่อให้ผู้ชมได้เดินชมงานโดยไม่กระทบชิ้นงานคือสิ่งที่ทีมเข้าไปช่วยเหลือ

พิพัฒน์พงศ์ ศรีเพ็ง, ตุ๊กตา 33 ตัว, 2567-2568

การเรียนรู้ไปพร้อมกันของทุกทีมในการทำนิทรรศการ ถือเป็นการแลกเปลี่ยนที่ส่งเสริมศักยภาพซึ่งกันและกัน จะพบว่า ณ ปัจจุบันมีหลายครั้งที่ศิลปินต้องเข้าไปจัดการเรื่องพื้นที่ด้วยตัวเองทั้งพื้นที่แสดงงานในประเทศ และพื้นที่แสดงงานต่างประเทศที่เต็มไปด้วยข้อจำกัดมากมาย ข้อจำกัดเหล่านี้กลายเป็นเรื่องท้าทายกับศิลปินเอง ไม่เพียงแต่ทีมติดตั้งเท่านั้นที่ต้องคำนึงถึงผลลัพธ์ของงานหลังติดตั้งเสร็จ แต่ศิลปินก็ต้องคำนึงถึงความเป็นไปได้ในการนำเสนอผลงานของตัวเองภายใต้ข้อจำกัดที่พวกเขาไม่เคยรับรู้มาก่อน เสมือนโลกของเราที่ทุกอย่างไม่อาจเป็นไปได้ดั่งที่ใจเราปรารถนาทั้งหมด และทุกคนไม่อาจทำได้อย่างที่เราคาดหวัง ฉะนั้นการเรียนรู้และเข้าใจในทุกกระบวนของการทำงานนั้นจึงเป็นสิ่งเดียวที่เราจะทำให้เราพร้อมรับกับอนาคตข้างหน้าได้ และสุดท้าย หากอยู่ในบริบทที่ไม่สามารถพึ่งพาใครได้ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน จึงสำคัญที่สุดเช่นเดียวกัน

โครงการบ่มเพาะและสร้างเครือข่ายศิลปินรุ่นใหม่ ครั้งที่ 8: ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน

เปิดให้เขาชมจนถึงวันที่ 29 มิถุนายน 2568

ห้องนิทรรศการหลักชั้น 7 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร