8 กันยายน – 23 ตุลาคม 2026

สถานที่: ท่าพิพิธภัณฑ์ (Museum Pier)

The Spirit of Sculptors: เมื่อประติมากรรมไม่ใช่เพียงรูปทรง แต่คือการส่งต่อจิตวิญญาณข้ามกาลเวลา

นิทรรศการ “The Spirit of Sculptors” ที่ท่าพิพิธภัณฑ์ (Museum Pier) ชวนผู้ชมมองประติมากรรมให้ไกลกว่าความงามของผลงานสำเร็จรูป ผ่านบทสนทนาของศิลปิน 3 รุ่น ได้แก่ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี วัชระ ประยูรคำ และวายุพัด รัตนเพชร โดยมีแกนกลางคือการเผยให้เห็นความต่อเนื่องขององค์ความรู้ทางประติมากรรมเชิงวิชาการ หรือ Academic Sculpture ตั้งแต่รากฐานดั้งเดิม ไปจนถึงการตีความใหม่ในปัจจุบัน 

สิ่งที่ทำให้นิทรรศการนี้น่าสนใจ คือไม่ได้ชวนให้เราดูเพียง “ผลงาน” แต่ชวนให้มองเห็น “การทำงาน” ที่อยู่เบื้องหลังผลงานนั้น ทั้งการสังเกต การร่าง การปั้น การแก้ไข ไปจนถึงความคิด ความเชื่อ และประสบการณ์ที่หล่อหลอมศิลปินในแต่ละยุคสมัย

พื้นที่ชั้น 1: ร่องรอยมือและจินตนาการของวายุพัด รัตนเพชร

พื้นที่แรกเป็นผลงานของ วายุพัด รัตนเพชร ประติมากรรุ่นใหม่ผู้ทำงานบนฐานของการปั้นแบบวิชาการ แต่พาแนวทางดังกล่าวไปสู่โลกส่วนตัวที่เต็มไปด้วยจินตนาการ ศิลปินจำลองบรรยากาศสตูดิโอขนาดย่อมเข้ามาไว้ในนิทรรศการ ทำให้ผู้ชมไม่ได้เห็นเพียงประติมากรรมที่จัดวางอยู่บนแท่น หากยังได้เห็นเงื่อนไขและเครื่องมือที่อยู่ในกระบวนการสร้างมันขึ้นมาด้วย

ผลงานหลายชิ้นทิ้งร่องรอยของนิ้วมือที่บีบ กด และเกลี่ยลงบนเนื้อวัสดุ รวมถึงรอยจากเครื่องมือปั้นที่ไม่ได้ถูกลบออกจนหมดจด ร่องรอยเหล่านี้ทำให้ประติมากรรมดูมีชีวิต เพราะมันบันทึกจังหวะการทำงานและการตัดสินใจของศิลปินไว้บนผิวงานอย่างตรงไปตรงมา

เนื้อหาของงานหยิบยืมภาพของเทพและเทวดา ซึ่งได้รับอิทธิพลจากสภาพแวดล้อมในครอบครัว ทั้งความเชื่อแบบไทยและภาพแทนจากโลกตะวันตก แต่วายุพัดไม่ได้เลือกปั้นเฉพาะตัวละครศักดิ์สิทธิ์ที่เราคุ้นเคย เขากลับสนใจ “เทพองค์เล็ก” หรือบุคคลชายขอบในเรื่องเล่าใหญ่ ราวกับเปิดพื้นที่ให้ผู้ชมได้ร่วมจินตนาการต่อว่า เทวดาเหล่านี้คือใคร มีบทบาทอย่างไร และอาจซ่อนเรื่องราวแบบใดไว้เบื้องหลัง

พื้นที่ชั้น 2: วัชระ ประยูรคำ และการเปิดเผยเบื้องหลังของประติมากรรม

ในพื้นที่ชั้น 2 ผลงานของ วัชระ ประยูรคำ พาผู้ชมเข้าใกล้กระบวนการคิดของประติมากรชั้นครู ผ่านการจำลองพื้นที่ทำงาน การเผยให้เห็นต้นแบบ วัสดุ และขั้นตอนต่าง ๆ ก่อนที่ผลงานจะพัฒนาไปเป็นประติมากรรมจริง

หัวใจสำคัญของพื้นที่นี้คือการเล่าเรื่องเบื้องหลังการสร้างประติมากรรมรัชกาลที่ 9 ซึ่งทำให้เราเห็นว่าความยากของงานไม่ได้อยู่เพียงการปั้นให้มีความคล้ายคลึงทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังรวมถึงรายละเอียดของเครื่องแต่งกาย สัญลักษณ์ และบริบทของสถานที่หรือเหตุการณ์ที่เป็นต้นทางของงานด้วย

การนำเทคโนโลยี AI เข้ามาร่วมในกระบวนการ ยังสะท้อนให้เห็นว่าการทำงานประติมากรรมร่วมสมัยสามารถเปิดรับเครื่องมือใหม่ได้ โดยที่แก่นของวิชาชีพอย่างการสังเกต วิเคราะห์สัดส่วน และการควบคุมวัสดุ ยังคงเป็นสิ่งที่ศิลปินต้องใช้ความชำนาญและประสบการณ์อย่างสูงอยู่เสมอ

พื้นที่นี้จึงไม่ได้ทำให้ประติมากรรมดูเป็นสิ่งไกลตัว แต่ทำให้เราเห็นว่าเบื้องหลังรูปทรงที่สมบูรณ์นั้นเต็มไปด้วยการค้นคว้า การทดลอง และการแก้ปัญหานับไม่ถ้วน

พื้นที่ชั้น 3: ย้อนสู่รากฐานของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี

เมื่อขึ้นมาสู่ชั้น 3 ผู้ชมจะได้พบทั้งผลงานจริงของวัชระ ประยูรคำ ทั้งชิ้นงานที่เสร็จสมบูรณ์และต้นแบบก่อนเข้าสู่กระบวนการหล่อ ช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างแบบร่าง วัสดุ และผลงานปลายทางอย่างเป็นรูปธรรม

อีกส่วนสำคัญของชั้นนี้คือพื้นที่ที่ทำงานร่วมกับ สำนักวิจัยศิลป์ พีระศรี โดยวิจิตร อภิชาติเกรียงไกร ซึ่งเริ่มต้นจากคำถามเรียบง่ายแต่ทรงพลังว่า ก่อนที่ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี จะเดินทางมาทำงานในประเทศไทย ท่านเป็นใคร และมีเส้นทางการทำงานอย่างไรมาก่อน

นิทรรศการจึงรวบรวมผลงานในช่วงชีวิตที่ท่านยังอยู่ประเทศอิตาลี ไม่ว่าจะเป็นงานออกแบบเอกสาร เหรียญตรา ใบประกาศ และภาพสเก็ตช์ในช่วงที่ศึกษาอยู่ ผลงานเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะช่วยให้เราเห็นความต่อเนื่องของตัวตนทางศิลปะของท่าน ก่อนจะกลายเป็นบุคคลสำคัญผู้วางรากฐานการศึกษาศิลปะสมัยใหม่ของไทย

ผลงานจำนวนมากในส่วนนี้ไม่เคยจัดแสดงต่อสาธารณชนไทยมาก่อน ทำให้นิทรรศการไม่ได้เป็นเพียงการรำลึกถึง “บิดาแห่งศิลปะร่วมสมัยของไทย” ในภาพจำเดิม แต่ยังเปิดให้เราได้รู้จักศิลป์ พีระศรี ในฐานะศิลปินคนหนึ่งที่ผ่านการฝึกฝน สั่งสมทักษะ และสร้างภาษาทางศิลปะของตนเองมาก่อน 

ภายในพื้นที่ยังมีการจำลองสุสานของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี และการเล่าเรื่องชีวิตผ่านความหมายของศิลปะและประติมากรรม ทำให้บรรยากาศของนิทรรศการมีทั้งมิติทางประวัติศาสตร์ ความทรงจำ และความรู้สึกส่วนบุคคลซ้อนทับกันอยู่

บทสนทนาที่ไม่ได้จบลงในพิพิธภัณฑ์

“The Spirit of Sculptors” ทำให้เห็นว่า ประติมากรรมไม่ใช่ศิลปะที่หยุดนิ่งอยู่ในรูปทรงสามมิติ แต่เป็นองค์ความรู้ที่เคลื่อนผ่านคนแต่ละรุ่น จากศิลป์ พีระศรี ผู้วางรากฐานทางวิชาการ มาสู่วัชระ ประยูรคำ ผู้รักษาและขยายความเข้มข้นของกระบวนการ และมาถึงวายุพัด รัตนเพชร ผู้หยิบภาษาดั้งเดิมมาต่อยอดด้วยโลกทัศน์ร่วมสมัยของตนเอง

ความน่าสนใจของนิทรรศการจึงอยู่ที่การทำให้ผู้ชมเห็น “รอยต่อ” ระหว่างอดีตกับปัจจุบันอย่างชัดเจน เราได้เห็นว่าหลักวิชาการไม่ได้เป็นกรอบที่จำกัดเสรีภาพ หากเป็นรากที่แข็งแรงพอให้ศิลปินแต่ละรุ่นเติบโต แตกกิ่งก้าน และสร้างเรื่องเล่าใหม่ขึ้นมาได้

สำหรับผู้ที่สนใจประติมากรรม นิทรรศการนี้คือโอกาสในการชมผลงานประวัติศาสตร์ควบคู่กับการทำความเข้าใจกระบวนการสร้างงานอย่างใกล้ชิด แต่แม้สำหรับผู้ชมทั่วไป งานนี้ก็ชวนให้กลับไปมองสิ่งเล็ก ๆ ที่มักถูกมองข้าม—รอยนิ้วมือบนดิน รอยเครื่องมือบนพื้นผิว และความคิดนับไม่ถ้วนที่ซ่อนอยู่ก่อนประติมากรรมหนึ่งชิ้นจะถือกำเนิดขึ้น

เพื่อรำลึกถึง ‘ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี’ บิดาแห่งศิลปะร่วมสมัยของไทย ผู้มีคุณูปการต่อประเทศในด้านศิลปะและการศึกษา ท่าพิพิธภัณฑ์ (Museum Pier) ขอเชิญชวนคนไทยร่วมชื่นชมผลงานชุดประวัติศาสตร์ในนิทรรศการ “The Spirit of Sculptors” พร้อมมอบส่วนลดค่าเข้าชมราคาพิเศษสำหรับนิทรรศการนี้โดยเฉพาะ

  • ผู้ใหญ่: เพียง 150 บาท (ปกติราคา 250 บาท)
  • นักเรียน นักศึกษา และเด็ก (ส่วนสูงไม่เกิน 90 ซม.): เพียง 100 บาท (ปกติ 150 บาท)
  • จัดแสดงวันที่: 8 กันยายน – 23 ตุลาคม 2026
  • สถานที่: ท่าพิพิธภัณฑ์ (Museum Pier) 
  • เวลาทำการ: 10.00 – 18.00 น.
  • เว็บไซต์: museumpier.com
  • FB: Museum Pier ท่าพิพิธภัณฑ์
  • IG: museumpier