การจัดกิจกรรมคู่ขนานและการสร้างการรับรู้มหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ

ณ ห้องบอลรูม 1 ชั้น 2 โรงแรมรอยัล ภูเก็ต ซิตี้ จังหวัดภูเก็ต

วันที่ 9 มิถุนายน 2568

นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ประธานเปิดงานกล่าวถึงการจัดงานมหกรรมระดับนานาชาติ เป็นมหกรรมที่จัดขึ้นทุกสองปี และในปีนี้เป็นจังหวัดภูเก็ต ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ทางกระทรวงวัฒนธรรมมองว่างานศิลปะเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ สามารถสร้างภาพลักษณ์ของไทยในเวทีนานาชาติ โดยเราสามารถเห็นตัวอย่างจากงานเทศกาลศิลปะทั่วโลกที่หลายประเทศสามารถเปลี่ยนแปลงประเทศได้โดยใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือสำคัญ โดยสิ่งที่จะเกิดขึ้นมีประโยชน์ทั้งกับคนในพื้นที่และนอกพื้นที่ โดยคนในพื้นที่ได้มีโอกาสเยี่ยมชมผลงานอย่างใกล้ชิด บางคนได้มีโอกาสเข้ามาเรียนรู้การทำงานกับศิลปินระดับโลก สร้างการเรียนรู้ให้แก่คนในพื้นที่ได้นำองค์ความรู้เหล่านี้มาพัฒนาวงการศิลปะของจังหวัดภูเก็ต นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสในการสร้างพื้นที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่ถูกหลงลืมไป ผ่านพื้นที่ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นพื้นที่แสดงงาน ซึ่งพื้นที่เหล่านี้ได้รับการคัดสรรผ่านเรื่องราวของจังหวัดภูเก็ต ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ที่ทีคุณค่าทางกายภาพ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ ส่งผลให้ผู้คนที่เดินทางเข้ามาสามารถพำนักได้นานยิ่งขึ้น และสร้างรายได้หมุนเวียนภายในจังหวัดมากขึ้นเช่นกัน

การจัดงานครั้งนี้ความร่วมมือของเครือข่ายต่างๆ ที่มีทั้งภาครัฐและเอกชน ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ซึ่งจะทำให้งานในครั้งนี้ประความสำเร็จแน่นอน เป็นการสร้างความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับมาตรฐานการจัดงานที่ดี ที่เป็นมาตรฐานสากล การต่อยอดสิ่งที่ภูเก็ตมีอยู่แล้วมันจะทำให้ภูเก็ตมีความแข็งแก่งขึ้นมากกว่าแต่เดิม

นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม

ในส่วนของอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ได้ให้แง่คิดในการทำงาน Thailand Biennale จากประสบการณ์ครั้งที่จังหวัดเชียงรายแก่ทีมงานจังหวัดภูเก็ต โดยกล่าวถึงประเด็นหลักที่ส่งผลให้เชียงรายประสบความสำเร็จคือ “ระบบการจัดการ” ซึ่งการจัดการในที่นี้อาจารย์เฉลิมชัยหมายถึงเรื่องของ “ทุน” ทางจังหวัดและหน่วยงานต่างๆ มีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นทุนทางวัฒนธรรม สังคม บุคคล ทรัพยากรธรรมชาติ และหมายรวมถึงทุนที่เป็นเงิน ที่มีส่วนอย่างมากในการขับเคลื่อนให้กระบวนการต่างๆ เป็นไปได้ด้วยดี

ในส่วนของการจัดการทุนทางวัฒนธรรม อาจารย์กล่าวถึงการสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของศิลปะ ศิลปะสร้างอะไรให้แก่คนในชาติและประเทศชาติได้บ้าง ศิลปะคือต้นทางของความคิดสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะประกอบอาชีพอะไร หากเริ่มต้นด้วยความสร้างสรรค์ที่แตกต่างจากคนอื่นแล้ว ย่อมสร้างผลลัพธ์ที่แตกต่างและเป็นประโยชน์ต่ออนาคตอย่างแน่นอน ศิลปะที่เรามีอยู่แล้วทั้งศิลปะท้องถิ่น วัฒนธรรมชุมชนที่ส่งต่อมาแต่เดิมก็ดี สิ่งเหล่านี้สามารถต่อยอดได้ในโลกสากล อีกทั้งยังต้องส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย เปิดมุมมองของโลกที่กว้างใหญ่ในคนในชาติได้เรียนรู้ เข้าใจ และต่อยอดได้ในแนวทางของตนเอง

การจัดการทุนทางบุคคล คือการสร้างคนที่จะก้าวขึ้นมาขับเครื่องประเทศอย่างมีคุณภาพ การสร้างองค์ความรู้จากทุนทางวัฒนธรรมที่กล่าวไป ปลูกฝังเรื่องศิลปะให้ตั้งแต่เด็ก พื้นฐานที่ดีจะนำมาสู่ผลลัพธ์ที่ดีได้เช่นกัน นอกจากนี้การจัดการเรื่องคนยังหมายถึงการทำงานร่วมกันของคน กลุ่มบุคคลที่มาจากองค์กรที่แตกต่างกัน อาจารย์กล่าวถึงงานที่เชียงรายไว้ว่า เมื่อมีการประชุมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเข้าประชุมด้วยกัน เพื่อที่จะลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบในประเด็นต่างๆ และต้องเคารพมติที่ออกมาและดำเนินงานมตินั้นๆ โดยไม่มีการทำร้ายกันลับหลัง เพราะในความเป็นจริงแล้ว ผลประโยชน์สูงสุดจะตกสู่ประเทศชาติและจังหวัดของเราเอง

อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์

การจัดการทุนทรัพยากรธรรมชาติ อาจารย์เฉลิมชัยแสดงทัศนะถึงความพร้อมของจังหวัดภูเก็ต ที่หากมองในแง่ของกายภาพแล้วมีความพร้อมมากจังหวัดที่ผ่านมา (กระบี่ นครราชสีมา และเชียงราย) เป็นอย่างมาก ทั้งจำนวนอำเภอที่มีเพียง 3 อำเภอ หน่วยงานที่ทำงานประสานกันซึ่งน่าจะมีความพร้อมในการรวบรวมคนให้เข้ามาทำงานร่วมกันได้มากกว่าที่อื่นๆ ความพร้อมทั้งในแง่ของทรัพยากรธรรมชาติที่ส่งผลในเชิงการท่องเที่ยว ผู้คนมากมายหลั่นไหลเข้ามาที่จังหวัดภูเก็ตเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หากสามารถนำงานศิลปะร่วมสมัยเข้าไปสร้างบริบทใหม่ๆ ให้แก่พื้นที่ได้ ก็จะสร้างมูลค่ามากขึ้นได้อย่างแน่นอน

ในส่วนสุดท้าย การจัดการเรื่องเงินทุน แน่นอนว่าเจ้าภาพหลักอย่าง สำนักงานศิลปะวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม มีเงินทุนสำหรับการจัดเทศกาลศิลปะนานาชาติแน่นอนอยู่แล้ว ทว่าหากมองตามความเป็นจริงก็จะพบว่าเงินทุนจากทางกระทรวงไม่เพียงพอต่อการทำงานในพื้นที่แน่นอน และหากคิดย้อนกลับมาอีกทีก็จะพบว่า การลงทุนในงานครั้งนี้จะสร้างมูลค่าเม็ดเงินมหาศาลที่มุ่งตรงกลับเข้ามาสู่จังหวัดภูเก็ตแน่นอน อาจารย์เฉลิมชัยจึงให้ข้อคิดเห็นว่า กระทรวงวัฒนธรรมนั้นทำเพื่อประเทศชาติ ในนามของประเทศชาติ ทว่าคนภูเก็ตที่โดยมากเป็นนักธุรกิจและผู้รักงานศิลปะ หากสามารถรวมสนับสนุนได้ สิ่งเหล่านี้ก็จะย้อนกลับสู่คนภูเก็ตอย่างแน่นอน ถือเป็นการลงทุนเพื่อคนจังหวัดภูเก็ตอย่างแท้จริง

นอกจากการจัดการเรื่องทุนที่กล่าวไปแล้ว สิ่งหนึ่งที่อาจารย์เฉลิมชัยให้ความสำคัญไม่แพ้กันคือ การเป็นเจ้าภาพที่ดี ที่สมเกียรติ และการให้เกียรติทุกคนที่เข้ามาทำงานในครั้งนี้ โดยเฉพาะศิลปินที่มาทำงานกับเรา เพราะหากมองแล้วมูลค่าของงานของพวกเขานั้นมากมากมหาศาลกว่างบประมาณในการสร้างงานที่เรามอบให้เขาอย่างแน่นอน การที่เขาเดินทางเข้ามาในประเทศแล้วเราแล้ว ก็แปลว่าเขาพร้อมที่จะสร้างสรรค์ผลงานสำหรับจังหวัดของเราอย่างเต็มที่ ฉะนั้นแล้ว การเป็นเจ้าภาพที่ดีจึงไม่ใช่เรื่องยากและเป็นเรื่องที่ควรกระทำอย่างยิ่ง

การทำงานของแต่จังหวัดมีเงื่อนไขและข้อจำกัดแตกต่างกัน แต่หากเราเริ่มต้นจากการสร้างความตระหนักรู้ถึงคุณค่าและมูลค่าของศิลปะที่จะทำให้แก่จังหวัดและประเทศชาติของเราได้ก่อนนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถของคนภูเก็ตอย่างแน่นอน

โดยงาน THAILAND BIENNALE, PHUKET 2025 จะเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2568 – เดือนเมษายน 2569  

ภาพถ่ายจาก กระทรวงวัฒนธรรม