by Liliane Zumkemi
curated by Sarana Wiriyaprasit
5-24 March 2024
at Blacklist Gallery, Matdot Art Center

“หวีเกศเพศชื่อปลา คิดสุดาอ่าองค์นาง
หวีเกล้าเจ้าสระสาง เส้นเกศสลวยรวยกลิ่นหอม”

ในบทหนึ่งของกาพย์แห่เรือ บทพระนิพนธ์ในเจ้าฟ้าธรรมธิเบศไชยเชษฐ์สุริยวงศ์ (เจ้าฟ้ากุ้ง) ได้มีการบรรยายถึงลักษณะของปลาน้ำจืดชนิดหนึ่งที่มีรูปร่างงดงาม หนวดยาวสลวยคล้ายกับเส้นผมของสตรีที่สยายอยู่บนผิวน้ำในธรรมชาติ จนเป็นที่มาของชื่อ “หวีเกศ”

ภาพวาดของปลาหวีเกศโดย ดร.ชวลิต วิทยานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านปลาไทย
ที่มา : Thbif :: Onep.Go.Th

หลักฐานทางประวัติศาสตร์ข้างต้นช่วยยืนยันการมีอยู่ของปลาพื้นถิ่นที่สามารถพบได้เพียงแค่ในพื้นที่แม่น้ำเจ้าพระยา หากแต่ในปัจจุบัน ปลาหวีเกศกลับเหลือเพียงแค่ชื่อที่ยังคงปรากฏอยู่ในความทรงจำอันเลือนรางของผู้คนที่อาศัยอยู่ตามลุ่มแม่น้ำเพียงเท่านั้น และได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ลิเลียน ซุมเคมิ (Liliane Zumkemi) ศิลปินชาวสวิตเซอร์แลนด์เดินทางข้ามทะเล มาสืบค้นเรื่องราวของสิ่งมีชีวิตที่สูญพันธุ์ในประเทศไทยในฐานะศิลปินในพำนัก

อาจเป็นเพราะลิเลียนสืบเชื้อสายจากชนเร่ร่อนบนภูเขาที่มักเดินทางย้ายถิ่นอาศัย ด้วยการเคลื่อนตัวลงสู่พื้นที่ราบเมื่อถึงฤดูหนาว และกลับขึ้นไปอยู่บนภูเขาเมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ หมุนวนไปมาตามฤดูกาลมาหลายชั่วอายุคน การได้เติบโตขึ้นมาท่ามกลางบรรยากาศดั่งดินแดนในเทพนิยายกลางเทือกเขาสวิสแอลป์ พร้อมกับกิจกรรมยามว่างที่ได้สังเกตการผันเปลี่ยนของธรรมชาติและพืชพรรณ ตั้งแต่ หยาดน้ำค้างที่แข็งตัวบนยอดไม้ การละลายตัวของธารน้ำแข็งบนเทือกเขาสูง ไปจนถึงเฝ้ามองการใช้ชีวิตของสัตว์ป่าพื้นถิ่นที่สามารถพบได้ในเขตภูมิประเทศสูงชันในทวีปยุโรปอย่าง แพะภูเขาอัลไพน์ (Alpine ibex)

หากแต่ว่าครั้งหนึ่ง แพะภูเขาที่เปรียบเสมือนกับสัญลักษณ์ของเทือกเขาแอลป์ กลับไม่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปตามธรรมชาติในเทือกเขาสวิสแอลป์อย่างที่เคยเป็น และด้วยวิถีชีวิตที่ผูกพันกับธรรมชาติของลิเลียน จึงไม่แปลกที่เธอจะรู้สึกสะเทือนใจต่อกรณีการหายไปของเหล่าแพะภูเขาอัลไพน์ (ณ ช่วงเวลานั้น)

หมายเหตุ : ในอดีต ชาวยุโรปเชื่อกันว่าอวัยวะของแพะภูเขาอัลไพน์มีสรรพคุณเป็นยารักษาชั้นดี จึงทำให้พวกมันถูกล่าอย่างหนักจนเกือบสูญพันธุ์ในช่วงทศวรรษ 1800 แต่ด้วยโครงการแลกเปลี่ยนสัตว์และการนำสัตว์กลับคืนสู่ธรรมชาติของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ได้เข้ามาทำการอนุรักษ์และฟื้นฟูจำนวนประชากรของแพะภูเขาเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง จนทำให้แพะภูเขาอัลไพน์ในธรรมชาติค่อยๆฟื้นตัวขึ้นมาได้ตามลำดับ ซึ่งนับเป็นความโชคดีของพวกมันที่สามารถรอดพ้นจากวิกฤตการสูญพันธุ์ในครั้งนั้นมาได้

แพะภูเขาอัลไพน์ (Alpine ibex)

ถัดมาที่ประเทศไทย ลิเลียนริเริ่มโครงการ Still Alive โดยเริ่มจากการใช้กระบวนการเชิงวิจัยทำการสืบค้นเรื่องราวของสิ่งมีชีวิตที่สูญพันธุ์ในประเทศไทย จนเธอได้พบกับเรื่องราวของปลาหวีเกศ ปลาน้ำจืดที่หายสาบสูญไปจากแม่น้ำเจ้าพระยา ด้วยหลักฐานที่มีอยู่เพียงน้อยนิด จากข้อมูลในหนังสือรวบรวมสายพันธุ์ปลาน้ำจืดในประเทศไทย The Fresh-water fishes of Siam โดย Dr.Hugh M.Smith เจ้ากรมรักษาสัตว์น้ำ คนแรกของประเทศไทย, ตัวอย่างซากปลาที่ถูกเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาประมงของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสถาบันสมิธโซเนียน สหรัฐอเมริกา จนในที่สุดชื่ออันไม่คุ้นหูสำหรับใครหลายคนนี้ ก็ได้ถูกนำกลับมาให้เป็นที่รู้จักกันอีกครั้ง

ตัวอย่างซากปลาปลาหวีเกศ (Platytropius siamensis) จาก หนังสือปลาน้ำจืดไทย โดย ดร.นณณ์ ผาณิตวงศ์

ลิเลียนนำเสนอโครงการศิลปะของเธอ ด้วยการนำความรู้สึกที่มีต่อเรื่องราวการหายไปของเหล่าแพะภูเขา ผูกโยงเข้ากับการสูญพันธุ์ของปลาหวีเกศ ผ่านงานศิลปะจัดวางในรูปของโมบายกระดิ่งลมขนาดใหญ่ ที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมสามารถเข้าไปสำรวจพื้นที่โดยรอบทั้งภายนอกและภายในของผลงานได้อย่างอิสระ

Still Alive โดย ลิเลียน ซูมเคมิ

เมื่อผู้ชมก้าวเข้าไปอยู่ในระยะที่เหมาะสม เซนเซอร์ที่ติดตั้งอยู่ภายในห้องนิทรรศการก็จะทำการตรวจจับการเคลื่อนที่ของวัตถุและส่งสัญญาณไปยังพัดลมเพดานแต่ละเครื่อง สร้างกระแสลมพัดเข้ามายังชิ้นส่วนดินเผารูปปลา เกิดเป็นท่วงทำนองสอดประสานจากเสียงกระทบกันของกระดิ่งจำนวนหลายร้อยชิ้นที่ถูกร้อยเรียงเข้าไว้ด้วยกัน โดยมีแสงและเงาที่เคลื่อนไหวภายในห้องนิทรรศการ คอยเติมเต็มให้บรรยากาศโดยรอบดูมีชีวิตชีวา หากแต่แสงที่สะท้อนออกมาจากพื้นผิวของดินเผากลับดูแข็งทื่อ หยาบกร้าน ไร้ชีวิต ชวนให้ผิวหนังอันมันวาวของเหล่าปลาไร้เกล็ดที่หงายท้องลอยเกลื่อนอยู่ตามริมแม่น้ำเจ้าพระยา

โครงการศิลปะของลิเลียนได้เชื้อชวนให้ผู้ชมเกิดการตั้งคำถามต่อโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นกับสิ่งมีชีวิตตัวน้อยนี้ ถึงแม้ว่าเราจะวิวัฒนาการตนเองจนก้าวขึ้นมาอยู่จุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร แต่ในฐานะของมนุษย์คนหนึ่งแล้ว เราควรจะวางตัวอย่างไรภายใต้โลกที่หมุนก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว จนทำให้ในบางครั้งที่เราอาจจะเพิกเฉยต่อการหายไปจากธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตที่ด้อยพัฒนาการยิ่งกว่า?

สุดท้าย การสร้างความตระหนักรู้ให้เราเท่าทันความเปลี่ยนแปลงและนึกถึงคุณค่าของทุกชีวิตที่อาศัยอยู่ร่วมกันบนโลก คงจะเป็นสิ่งที่ดีเสียกว่าการที่เราต้องมานั่งปลอบประโลมตนเองเพื่อระลึกถึงสิ่งที่ล่วงลับไปจากโลกในวันที่ทุกอย่างสายเกินแก้

เกี่ยวกับศิลปิน
ลิเลียน ซูมเคมิ (Liliane Zumkemi) ศิลปินและนักวิจัยเชิงทัศนศิลป์ชาวสวิตเซอร์แลนด์ จบการศึกษาจาก Lucerne University of Applied Sciences and Art เกิดและเติบโตในเขตเทือกเขาสวิสแอมป์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
เธอมีความสนใจในเรื่องราวของสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และการทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่น เพื่อสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่จะเป็นสื่อกลางในการสื่อสาร และเชื่อมต่อความคิดของผู้คนเข้าไว้ด้วยกัน