Thailand Biennale, Chiang Rai 2023 เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติครั้งสำคัญของประเทศไทยที่กำลังจะเกิดขึ้นในวัน 9 ธันวาคม 2566 นี้ จะเป็นการจัดแสดงผลงานศิลปะของศิลปินทั้งไทยและต่างชาติกว่า 60 ชีวิต กระจายไปตามพื้นที่ต่างๆ ของจังหวัดเชียงราย โดยแบ่งเป็นสถานที่จัดแสดงผลงานหลัก 10 แห่ง และพื้นที่กิจกรรมพิเศษ 2 แห่งในอำเภอเมืองเชียงราย, สถานที่จัดแสดงผลงานหลักอีก 8 แห่งในอำเภอเชียงแสน รวมไปถึงสถานที่จัดแสดงผลงานของกลุ่มศิลปินจากพาวิลเลี่ยนทั้ง 13 และการเปิดบ้านของศิลปินเชียงรายอีกกว่า 80 หลัง เข้ามาร่วมสร้างสีสันให้กับเทศกาลศิลปะในครั้งนี้ตลอดระยะเวลากว่า 5 เดือน

พบกับเรื่องราวและสิ่งที่น่าสนใจภายใน Thailand Biennale, Chiang Rai 2023 เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับประสบการณ์การรับชมผลงานศิลปะในหลากหลายรูปแบบ และจะแตกต่างไปจากการชมงานศิลปะในแกลเลอรี่ หอศิลป์ หรือพิพิธภัณฑ์ในครั้งไหนๆ

ศรีดอนมูลอาร์ตสเปซ สถานที่จัดแสดงผลงานของศรีวรรณ เจนหัตถการกิจ

“เปิดโลก” เพื่อให้ความสำคัญของคุณค่าเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่น

ภายใต้แนวคิดหลักของ Thailand Biennale ในครั้งนี้ คือ เปิดโลก หรือ The Open world มีที่มาจากพระพุทธรูปปางเปิดโลกที่ประดิษฐานอยู่ที่วัดป่าสัก สร้างขึ้นในสมัยพญาแสนภู ผู้สร้างเมืองเชียงแสนเมื่อปี พ.ศ.๑๘๓๘ เพื่อระลึกถึงวันที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเสด็จลีลาจากสวรรค์ดาวดึงส์ลงมาสู่มนุสสโลก และได้เชื่อมโลกทั้งสามได้แก่ สวรรค์ นรก และ โลกมนุษย์ เข้าด้วยกัน แสดงให้เห็นถึงปัญญาและการตื่นรู้ด้วยพุทธานุภาพของพระองค์

กล่าวคือ การเปิดโลก ในนิยามของ Thailand Biennale ก็คือการใช้กระบวนการทางศิลปะเพื่อเปิดโลกทัศน์ใหม่ของผู้คน และเน้นย้ำให้ผู้ที่มาเยี่ยมชมงานศิลปะได้ตระหนักถึงความสำคัญของการมองย้อนกลับตั้งคำถามและเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวที่เราอาจเคยมองข้ามไป มิใช่เพียงแค่เรื่องของท้องถิ่น แต่ยังรวมไปถึงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในหลากหลายมิติ

เช่น ผลงานของสองศิลปินไทย จิตติ เกษมกิจวัฒนา และ ธวัชชัย พันธุ์สวัสดิ์ ที่จะจัดแสดงผลงานไว้ที่บริเวณพื้นที่กลุ่มโบราณสถาน ณ วัดป่าสัก อำเภอเชียงแสน ชึ้ให้เห็นความเชื่อมโยงของประเด็นทางประวัติศาสตร์ของพุทธศาสนา ที่ได้กลายมาเป็นรากฐานทางวัฒนธรรมของอาณาจักรล้านนาและยังคงส่งอิทธิพลมาถึงวิถีชีวิตของชาวเชียงรายในปัจจุบัน หรือ ผลงานของเซน เท (Zen Teh) ศิลปินชาวสิงคโปร์ ซึ่งได้เข้าไปศึกษาองค์ความรู้ทางดาราศาสตร์ล้านนาที่มีความสัมพันธ์กับแนวคิดของการสร้างโบสถ์วิหารตามความเชื่อของชาวพุทธล้านนา และนำมาประยุกต์ใช้รวมกับผลงานศิลปะการจัดวางของเธอ ภายในวิหารดินของศูนย์วิปัสนาสากลไร่เชิญตะวัน

Thailand Biennale, Chiang Rai 2023 จึงจะเต็มไปด้วยผลงานศิลปะเฉพาะพื้นที่ (site-specific art) ที่เกิดจากรื้อพื้นและนำเอาองค์ความรู้ที่อาจถูกหลงลืมให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้งในบริบทของสังคมร่วมสมัย พร้อมกับการเชื่อมโยงโลกศิลปะเข้ากับประวัติศาสตร์ พื้นที่ และวัฒนธรรมของคนท้องถิ่นเอาไว้อย่างเป็นเนื้อเดียว

วัดป่าสัก อำเภอเชียงแสน
วิหารดิน ศูนย์วิปัสนาสากลไร่เชิญตะวัน

รักษาและต่อยอดองค์ความรู้ เพื่อยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่นไปสู่งานศิลปะร่วมสมัย

เชียงราย จังหวัดที่เต็มไปด้วยแหล่งอารยธรรมและศิลปพหุวัฒนธรรมล้านนาอันเป็นเอกลักษณ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวบ้านหลากหลายกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งปรากฏอยู่บนสถาปัตยกรรม งานหัตถศิลป์ต่างๆ มากมาย

ด้วยทุนทางวัฒนธรรมที่แข็งแรงนี้เอง ที่ทำให้เหล่าศิลปินใน Thailand Biennale สามารถหยิบจับสิ่งต่างๆ ที่พวกเขาค้นพบมาใช้สร้างสรรค์เป็นผลงานศิลปะของพวกเขาได้อย่างอิสระ เช่น ประเด็นของการอนุรักษ์เฮือนล้านนาที่เป็นหัวใจหลักให้กับการทำงานของศิลปินจากจังหวัดเชียงใหม่ รุ่งโรจน์ เปี่ยมยศศักดิ์ ได้ดำเนินกิจกรรมเชิงอนุรักษ์ให้กับเฮือนโบราณทั่วทั้งจังหวัดเชียงราย, การต่อยอดเทคนิคการฉลุลวดลายบนกระดาษของล้านนาสู่ลวดลายฉลุบนแผนโลหะในผลงานของโปกล็อง อะนาดิง (Poklong Anading) ซึ่งได้ทรงเดช ทิพย์ทอง เข้ามาช่วยออกแบบลวดลายฉลุบนชิ้นงาน

หรืออีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจ นั่นคือ การนำวัสดุที่เปรียบเสมือนกับตัวแทนของวัฒนธรรมร่วมในภูมิภาคเอเชียอย่าง ไม้ไผ่ มาใช้สร้างสรรค์ผลงานในวิธีการที่แตกต่างกันไปองค์ความรู้ของศิลปินแต่ละคน เช่น ผลงานของกรกต อารมย์ดี ศิลปินชาวเพชรบุรีที่ใช้ภูมิปัญญาพื้นถิ่นของตนในการทำว่าว มาใช้ในการออกแบบโครงสร้างสถาปัตยกรรมให้กับศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน หรือ หวัง เหวิน จื้อ (Wang Wen-Chih) ศิลปินชาวไต้หวันที่ได้สร้างสรรค์ผลงานขนาดใหญ่ด้วยเทคนิคการสานไม้ไผ่จนเกิดเป็นสถาปัตยกรรมที่มีโครงสร้างคล้ายกับรังนกกระจาบ จัดแสดงไว้ที่บริเวณหน้าหอศิลป์ร่วมสมัยเมืองเชียงราย

โมเดลผลงานของกรกต อารมย์ดี
ผลงานของหวัง เหวิน จื้อที่บริเวณหน้าหอศิลป์ร่วมสมัยเมืองเชียงราย

เรื่องราวที่มากกว่างานศิลปะ

สาระของผลงานศิลปะหลายๆ ชิ้นใน Thailand Biennale, Chiang Rai 2023 จะมิใช่เพียงแค่การสร้างวัตถุขึ้นมาเพื่อนำไปจัดวางไว้ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง แต่เป็นเรื่องราวของกระบวนการที่ดำเนินไประหว่างการทำงานและร่องรอยของชีวิตที่ปรากฏอยู่ในนั้น เช่นเรื่องราวของกลุ่มช่างแกะสลักไม้ประจำจังหวัดเชียงรายของ สล่าคำจันทร์ ยาโน และ ริวสุเกะ คิโดะ (Ryusuke Kido) ประติมากรชาวญี่ปุ่น ทั้งสองนั้นได้ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานการแกะสลักลวดลายบนยุ้งฉางเก่า ด้วยเครื่องไม้เครื่องมืออันทันสมัยจากประเทศญี่ปุ่นที่สร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่ให้กับสล่าคำจันทร์ ขณะที่ริวสุเกะก็ได้เรียนรู้วิถีชีวิตและรูปแบบการทำงานของช่างฝีมือของชาวเชียงราย

สล่าคำจันทร์ ยาโน

ผลงานของเหล่าศิลปินที่จัดแสดงใน Thailand Biennale, Chiang Rai 2023 จะเป็นการสลายเส้นแบ่งระหว่าง “งานศิลปะ” และ “งานคราฟต์” ด้วยการนำเอาองค์ความรู้สมัยใหม่เข้ามาประยุกต์ใช้ร่วมกับภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดเชียงราย ผู้ชมจะได้สัมผัสกับกลิ่นอายของศิลปะพื้นบ้าน และยังสามารถส่งมอบให้กับชุมชน เพื่อเป็นประโยชน์ใช้สอยได้ในอนาคต

ด้วยรากฐานที่อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี และ อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ สองศิลปินผู้มีชื่อเสียงระดับชาติได้สร้างไว้ให้กับบ้านเกิด จนทำให้จังหวัดเชียงรายกลายเป็นชุมชนศิลปินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับเหล่าศิลปินในท้องถิ่นและชาวเชียงรายพร้อมใจที่จะเข้ามามีส่วนร่วมช่วยกันผลักดันให้จังหวัดเชียงรายกลายเป็น ‘เมืองศิลปะระดับโลก’

ความตื่นตัวต่อเทศกาลศิลปะที่กำลังจะเกิดขึ้น ถูกสะท้อนผ่านกิจกรรมต่างๆ เพื่อรอต้อนรับผู้ชมจากทั่วโลกที่จะเดินทางเข้าเยี่ยมชมความสวยงามของบ้านเมืองที่เต็มไปด้วยผลงานศิลปะที่แตกต่างไปจากการรับชมงานศิลปะในหอศิลป์ หรือพิพิธภัณฑ์ครั้งไหนๆ แสดงให้เห็นศักยภาพและความภาคภูมิใจของคนเชียงรายที่ได้เป็นเจ้าภาพของ “เจียงฮาย เบียนนาเล่” ปรากฏการณ์เหล่านี้ คงจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากปราศจากแรงสนับสนุนจากคนในพื้นที่ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ Thailand Biennale, Chiang Rai 2023 เทศกาลศิลปะที่คนรักศิลปะไม่ควรพลาด

Thailand Biennale, Chiang Rai 2023 จัดแสดงทั่วจังหวัดเชียงราย ตั้งแต่ 9 ธันวาคม 2566 – 30 เมษายน 2567