OFF THE RADAR, We Rise

12 มีนาคม – 31 พฤษภาคม 2569

ณ ห้องนิทรรศการหลักชั้น 7 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

ในระบบนิเวศของศิลปะร่วมสมัย ศิลปินจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญกับช่วงเวลาของความไม่แน่นอน ทั้งในแง่บทบาททางวิชาชีพ ความต่อเนื่องของการสร้างสรรค์ และความเชื่อมั่นในเส้นทางของตนเอง นิทรรศการและโครงการนี้จึงเริ่มต้นขึ้นจากความตั้งใจที่จะเปิดพื้นที่ให้กับ ศิลปินรุ่นกลาง ผู้ซึ่งอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการทำงาน บางคนอาจรู้สึกว่าตนเอง “หลุดออก” จากระบบศิลปะ หรือไม่แน่ใจว่าพื้นที่ของตนยังคงอยู่ตรงไหน

โครงการได้คัดเลือกศิลปินผู้เข้าร่วมจำนวน 7 ท่าน และ ศิลปิน 1 ท่าน ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ให้คำปรึกษาของโครงการ (เมนเทอร์) ซึ่งศิลปินทั้ง 7 ท่าน มาจากภูมิหลังทางวิชาชีพที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นศิลปิน ช่างภาพ นักเขียน โปรดิวเซอร์ นักวิชาการ หรือแม้แต่ผู้ที่ไม่ได้มีพื้นฐานการศึกษาทางศิลปะโดยตรง ความหลากหลายนี้สะท้อนให้เห็นว่าการสร้างสรรค์ทางศิลปะมิได้จำกัดอยู่เพียงสาขาวิชาชีพใดสาขาหนึ่ง หากแต่เกิดขึ้นจากประสบการณ์ชีวิตที่แตกต่างกัน

ตลอดระยะเวลากว่า 7 เดือน โครงการดำเนินผ่านกระบวนการบ่มเพาะ การแลกเปลี่ยนความรู้ และการให้คำปรึกษาโดยเมนเทอร์ รวมถึงการลงพื้นที่เยี่ยมเยียนศิลปินในบริบทชีวิตจริง ความร่วมมือระหว่างหลายภาคส่วน—ทั้งหน่วยงานทางศิลปะ ภัณฑารักษ์ และผู้ทำงานวัฒนธรรม—ทำให้โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ผลิตผลงาน หากยังเป็นพื้นที่ของการเรียนรู้ร่วมกัน การทบทวนตนเอง และการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของศิลปินในเส้นทางการสร้างสรรค์

นิทรรศการถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ซึ่งสะท้อนทั้งกระบวนการและผลลัพธ์ของการทำงานร่วมกัน ส่วนแรกคือ โครงการนิทรรศการศิลปะร่วมสมัย ที่นำเสนอผลงานของศิลปินสามคน

ผลงานของ อัครวินท์ ไกรฤกษ์ ช่างภาพที่ทำงานกับความทรงจำ เขานำประสบการณ์ในวัยเด็กที่ผูกพันกับคุณปู่และสวนภายในบ้านมาสำรวจและนำเสนอผ่านภาพถ่ายและวิดีโอ ผลงานชุด สายลม แสงแดด และสวนในความทรงจำ บันทึกการเคลื่อนที่ของแสงและเงาในช่วงเวลาต่าง ๆ ของวัน สะท้อนความทรงจำของพื้นที่เล็ก ๆ อย่างโพรงไม้ที่เคยเป็นสถานที่เล่นและเรียนรู้ธรรมชาติในวัยเยาว์ ขณะที่ผลงาน จมูกต้นไม้ และ โพรงไม้ ภาพขยายของลำต้นของต้นแก้วร่วมกับวิดีโอที่บันทึกภาพสัตว์ต่างชนิด สร้างภูมิทัศน์ของความทรงจำที่ไม่จำเป็นต้องมีความสัมพันธ์เชิงเหตุผล หากแต่สามารถดำรงอยู่ร่วมกันได้ในพื้นที่ของความทรงจำ

อัครวินท์ ไกรฤกษ์
อัครวินท์ ไกรฤกษ์
อัครวินท์ ไกรฤกษ์

ผลงาน Un-Seen ของ อนุรักษ์ โคตรชมภู สำรวจแนวคิดเรื่องเวลาและการเปลี่ยนแปลงของระบบการรับรู้เวลา ผ่านวัตถุอย่างปฏิทินซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการนับเวลาตามดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ไปสู่ระบบเวลาสากลในสังคมสมัยใหม่ ภายในงานจัดวาง ผู้ชมจะพบทั้งภาพฉายจากโปรเจกเตอร์และร่องรอยการขีดเขียนบนไม้ที่ดูราวกับเป็นการหยุดเวลาเอาไว้ วัสดุอย่างเสาไม้เก่าจากทางรถไฟเชื่อมโยงพื้นที่ชนบทกับโครงสร้างสมัยใหม่ พร้อมทั้งสะท้อนความแตกต่างของจังหวะชีวิตระหว่างพื้นที่เมืองและพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งในบริบทของชาวนา “วันหยุด” อาจไม่เคยมีอยู่จริง

อนุรักษ์ โคตรชมภู

ในอีกด้านหนึ่ง ไพรชยนต์ ปันดา นำเสนอผลงาน Prototype D-0.4 หุ่นยนต์เคลื่อนไหวที่จำลองชีวิตในสภาวะไม่สมบูรณ์ หุ่นยนต์ที่มีหลายขาและเคลื่อนไหวอย่างไม่มั่นคงกลายเป็นภาพแทนของร่างกายทางสังคมที่บิดเบี้ยว ภายในบริเวณศีรษะของหุ่นมีจอภาพขนาดเล็กที่ฉายภาพเหตุการณ์และปัญหาทางสังคมร่วมสมัย ไม่ว่าจะเป็นความเหลื่อมล้ำหรือโครงสร้างอำนาจของทุนขนาดใหญ่ งานชิ้นนี้จึงเปรียบเสมือนการตั้งคำถามถึงความหวังและภาระที่สังคมร่วมกันแบกรับ

ไพรชยนต์ ปันดา

ส่วนที่สองของห้องนิทรรศการอยู่ภายใน “ศิลปินในโครงการเทศกาลศิลปะร่วมสมัย” วิดีโอบันทึกบรรยากาศของ ปีกฮักพูลวิลล่าโปรเจกต์ โดย ณัฐณรัณ บัวลอย (เมนเทอร์ของโครงการ) ซึ่งจำลองพื้นที่พักผ่อนคล้ายการเดินทางท่องเที่ยวริมทะเล สถานที่ซึ่งโดยปกติถูกมองว่าเป็นพื้นที่ของการพักผ่อนและการหลบหนีจากชีวิตประจำวัน ในบริบทของโครงการ พื้นที่นี้กลายเป็นฉากหลังของการทดลอง การสนทนา และการสร้างสรรค์

ผลงาน Life’s Postscript ของ คเชนทร์ บดินทร์อิทธิเดช ใช้วัสดุจากสิ่งพิมพ์เก่าซึ่งสีสันได้ผ่านกาลเวลาแล้ว การตัดปะภาพเหล่านี้มิได้เป็นเพียงการจัดเรียงองค์ประกอบใหม่ หากแต่เป็นการสร้างความหมายใหม่ให้กับภาพที่เคยมีอยู่เดิม ประเด็นเรื่องเวลา ความทรงจำ และความตายจึงถูกเปิดออกในฐานะจุดเริ่มต้นของการตีความใหม่

คเชนทร์ บดินทร์อิทธิเดช

ผลงาน Rebound Practice ของ ศันสนีย์ รุ่งเรืองสาคร ผสมผสานภาพวาดและข้อความที่บันทึกกระบวนการลดน้ำหนักของศิลปินเอง ภาพวาดที่เรียงตัวขึ้นลงสะท้อนความพยายาม ความล้มเหลว และการกลับมาเริ่มต้นใหม่ ขณะที่ข้อความซึ่งเขียนด้วยหมึกต่างสีแบ่งช่วงเวลาและประสบการณ์ของการดูแลร่างกาย การลดน้ำหนักจึงกลายเป็นอุปมาของการทำงานศิลปะ—กระบวนการที่ต้องอาศัยวินัย การทบทวน และการเผชิญหน้ากับตัวเองอยู่เสมอ

ศันสนีย์ รุ่งเรืองสาคร
ศันสนีย์ รุ่งเรืองสาคร

ผลงานชื่น ของ วิทยา ชัยมงคล นำแรงบันดาลใจจากลวดลายผ้าซิ่นของชุมชนไทยทรงดำมาสร้างงานประติมากรรมกระดาษรีไซเคิล ลาย “ดอกแปด” ซึ่งเชื่อมโยงกับความเชื่อเรื่องแถนแปดองค์ ถูกถ่ายทอดผ่านเส้นสายเรียบง่ายที่ขยายออกจากพื้นฐานของสิ่งทอไปสู่สื่อใหม่ งานชิ้นนี้จึงเป็นทั้งการรำลึกถึงความทรงจำในวัยเด็ก—ภาพของผ้าซิ่นที่เห็นจากคุณย่า—และการสำรวจรากฐานทางวัฒนธรรมของชุมชน

วิทยา ชัยมงคล
วิทยา ชัยมงคล

ศิลปินอีกคนหนึ่งนำเสนอผลงานที่พูดถึงประสบการณ์ของ มุสลิมในสังคมที่หลากหลาย ผลงาน แปลกแยก ของ มารียา เจ๊ะตำ ผ่านโครงสร้างของผ้าม่านซึ่งคล้ายฉากในงานแต่งงาน ด้านหน้าของฉากมีสีสันสดใส เปรียบเสมือนภาพลักษณ์ที่ผู้คนแสดงออกต่อสังคม ขณะที่ด้านหลังเผยให้เห็นวัตถุและผืนผ้าสีดำซึ่งสะท้อนความรู้สึกซับซ้อนภายใน ทั้งความทุกข์ ความโกรธ และความทรงจำเกี่ยวกับครอบครัว โดยเฉพาะแม่ผู้เป็นศูนย์กลางของการหล่อหลอมตัวตน งานชิ้นนี้จึงตั้งคำถามถึงภาวะ “ความแปลกแยก” ซึ่งอาจไม่ได้เกิดจากสายตาของผู้อื่นเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากการต่อรองกับตัวตนที่เรามีมาตั้งแต่ต้น

มารียา เจ๊ะตำ
มารียา เจ๊ะตำ

ส่วนสุดท้ายของนิทรรศการพาผู้ชมกลับไปสู่ จุดเริ่มต้นของโครงการ ผ่านการจำลองบรรยากาศของการพักผ่อนร่วมกันในพูลวิลล่าตลอด สามวันสองคืน พื้นที่อย่างสระว่ายน้ำ โต๊ะพูล หรือห้องคาราโอเกะถูกนำมาใช้เป็นองค์ประกอบของนิทรรศการ พร้อมกับวิดีโอและบทสนทนาที่บันทึกกิจกรรมที่เกิดขึ้นจริงระหว่างศิลปิน ภัณฑารักษ์ และผู้ทำงานในองค์กรศิลปะ

หนึ่งในกิจกรรมสำคัญคือ การวาดภาพริมทะเล ซึ่งชวนให้ศิลปินกลับไปสู่จุดเริ่มต้นที่เรียบง่ายที่สุด—การนั่งมองภูมิทัศน์ตรงหน้าและวาดสิ่งที่เห็นด้วยสายตาของตนเอง แม้แต่ละคนจะมีพื้นฐานและประสบการณ์ต่างกัน แต่กิจกรรมนี้ทำให้ทุกคนกลับมาอยู่บนพื้นฐานเดียวกัน

ณัฐณรัณ บัวลอย
ณัฐณรัณ บัวลอย
ณัฐณรัณ บัวลอย

ในท้ายที่สุด โครงการนี้ไม่ได้มุ่งหมายเพียงการผลิตผลงานศิลปะ หากยังพยายามสร้าง พื้นที่ของการพูดคุย การแลกเปลี่ยน และการยอมรับความไม่แน่นอนของตนเอง การ “อกหัก” ในที่นี้จึงไม่ใช่เพียงความล้มเหลว แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการตั้งคำถามใหม่ต่อชีวิตและการสร้างสรรค์

บางที สิ่งสำคัญที่สุดที่เกิดขึ้นในพื้นที่นี้อาจไม่ใช่คำตอบ หากแต่เป็น ความกล้าที่จะกลับมาเริ่มต้นอีกครั้ง