10 ธันวาคม 2569 – 28 กุมภาพันธ์ 2570 

“ฟากขะโน้น: The Other Side” เมื่อศิลปะร่วมสมัยออกจากผนังไปสำรวจอีกฟากของเมือง

วารินแล็บ โนแมด เปิดตัว “ฟากขะโน้น: The Other Side” โครงการศิลปะสหสาขาในย่านคลองสาน ชวนสำรวจความเปลี่ยนแปลงของเมืองผ่านมรดกทางวัฒนธรรม ผู้คน ศิลปะร่วมสมัย และสุขภาวะ ก่อนขยายแนวคิด “กาละ-เทศะ” ไปยังย่านอื่นของกรุงเทพฯ

กรุงเทพมหานครกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สิ่งปลูกสร้างใหม่ ถนน ระบบคมนาคม และการพัฒนาพื้นที่ต่าง ๆ ทำให้ภาพทางกายภาพของเมืองเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด แต่ภายใต้ความเปลี่ยนแปลงที่มองเห็นได้เหล่านั้น ยังมีอีกหลายสิ่งที่ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปพร้อมกัน ทั้งวิถีชีวิต ความทรงจำ ความสัมพันธ์ของผู้คน และโครงสร้างทางสังคมและวัฒนธรรมของแต่ละย่าน

นี่คือจุดตั้งต้นของ “ฟากขะโน้น: The Other Side” โครงการศิลปะสหสาขาเชิงประสบการณ์จาก วารินแล็บ โนแมด ที่ต้องการนำศิลปะออกจากพื้นที่จัดแสดงแบบเดิม ไปสู่สถานที่จริงและชีวิตประจำวันของผู้คน โดยเลือก ย่านคลองสาน เป็นพื้นที่แรกในการทำงาน ภายใต้แพลตฟอร์มศิลปะเชิงพื้นที่ “กาละ-เทศะ (Of Times and Places)”

โครงการจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 ธันวาคม 2569 – 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในพื้นที่ต่าง ๆ ของคลองสาน โดยมีศิลปินไทยและนานาชาติกว่า 30 คนเข้าร่วม พร้อมกิจกรรมสาธารณะและกิจกรรมการศึกษากว่า 25 รายการ

จาก “อีกฟาก” สู่คำถามว่าเมืองถูกสร้างขึ้นมาอย่างไร

คำว่า “ฟากขะโน้น” ไม่ได้หมายถึงเพียงพื้นที่ที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำ แต่เป็นจุดตั้งต้นของคำถามว่า

“ฟากขะโน้นมีอะไรรอเราอยู่?”

สำหรับ นักรบ มูลมานัส ผู้อำนวยการศิลป์ของโครงการ คำดังกล่าวเชื่อมโยงกับความสนใจที่มีต่อฝั่งธนบุรี และกับการมองพื้นที่จากฝั่งพระนครในอดีต ขณะเดียวกัน คำนี้ยังเปิดไปสู่คำถามที่กว้างกว่าเรื่อง “สองฝั่ง” ของเมือง เพราะเมื่อมองลงไปในย่านคลองสาน จะพบว่าพื้นที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นจากผู้คนที่มีที่มาแตกต่างกันอย่างมากมาย

คลองสานมีทั้งประวัติศาสตร์ของตระกูลเก่าแก่ ชุมชนการค้าหลากหลายเชื้อชาติ ศาสนสถาน บ้านเรือน และผู้คนที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานจากต่างพื้นที่ คำถามสำคัญจึงไม่ได้อยู่เพียงว่า “คลองสานเคยเป็นอะไร” แต่รวมถึงว่า

ผู้คนที่มีความแตกต่างเหล่านี้เข้ามาอยู่ร่วมกัน และร่วมกันสร้างย่านคลองสานขึ้นมาได้อย่างไร

การมองคลองสานผ่านคำว่า “ฟากขะโน้น” จึงกลายเป็นการมองเมืองผ่านทั้งระยะห่างและความสัมพันธ์ ระหว่างคนกับสถานที่ ระหว่างอดีตกับปัจจุบัน และระหว่างสิ่งที่เมืองกำลังกลายเป็นกับสิ่งที่กำลังจะสูญหายไป

ไม่ใช่การนำศิลปะเข้าไปในชุมชน แต่คือการเริ่มต้นจากพื้นที่

แนวทางสำคัญของวารินแล็บ โนแมด คือการนำศิลปะออกจาก “ผนังห้อง” ไปสู่พื้นที่ที่ผู้คนใช้ชีวิตจริง โดยไม่ได้เริ่มต้นจากการเลือกงานศิลปะแล้วหาสถานที่จัดแสดง แต่เริ่มจากการ สำรวจและขุดค้นเรื่องราวของพื้นที่ก่อน

พื้นที่จึงไม่ได้เป็นเพียงฉากหลังของนิทรรศการ แต่เป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหาและกระบวนการสร้างงาน

สุคนธ์ทิพย์ นาคเกษม ผู้ก่อตั้งวารินแล็บ โนแมด และผู้อำนวยการและภัณฑารักษ์ร่วมของโครงการ อธิบายถึงแนวทางดังกล่าวว่า การทำงานในลักษณะนี้ต้องการสร้างพื้นที่ให้คนในชุมชนและคนกรุงเทพฯ ได้ชะลอจังหวะลง และหันกลับมามองประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ตามตรอก ซอย อาคาร และพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งอาจไม่ได้อยู่ในเรื่องเล่าหลักของเมือง แต่เป็นสิ่งที่หล่อหลอมความรู้สึกของการอยู่อาศัยในพื้นที่นั้น

แนวคิดดังกล่าวประกอบด้วยหลักการสำคัญของการทำงานเชิงพื้นที่ ตั้งแต่การเลือกพื้นที่ที่มีประวัติศาสตร์ การกระจายศูนย์กลางศิลปะออกไปยังพื้นที่ในชีวิตประจำวัน การศึกษาความเป็นมาของพื้นที่ก่อนทำงาน ไปจนถึงการสร้างความสัมพันธ์กับคนในย่าน และการพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ให้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการทำงาน

มอง “เวลา” ผ่านสถานที่ที่เปลี่ยนไป

หัวใจอีกด้านของโครงการอยู่ที่แนวคิด “กาละ-เทศะ” หรือ Of Times and Places ซึ่งตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างเวลาและสถานที่

เวลาเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ แต่เราสามารถมองเห็นร่องรอยของเวลาได้ผ่านสถานที่ที่เปลี่ยนแปลงไป อาคารที่ถูกสร้างหรือรื้อถอน วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป ผู้คนที่เข้ามาและจากไป ตลอดจนความทรงจำที่ยังคงอยู่หรือค่อย ๆ เลือนหาย

คลองสานจึงเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมอย่างยิ่งต่อการสำรวจคำถามดังกล่าว เพราะเป็นย่านที่กำลังอยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านอย่างชัดเจน จากพื้นที่สวนและพื้นที่เกษตรกรรมในอดีต สู่ย่านที่มีความหนาแน่นและการพัฒนาเมืองเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ประวัติศาสตร์ของผู้คนและชุมชนดั้งเดิมก็ยังคงปรากฏอยู่ในพื้นที่

“ฟากขะโน้น” จึงไม่ได้ต้องการเพียงย้อนกลับไปหาอดีต แต่ต้องการมองว่า อดีต ปัจจุบัน และอนาคตกำลังสนทนากันอย่างไรในพื้นที่เดียวกัน

สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา

สี่เสาหลัก: มรดกทางวัฒนธรรม ชุมชน ศิลปะร่วมสมัย และสุขภาวะ

โครงการขับเคลื่อนผ่าน 4 แนวคิดหลัก ได้แก่ มรดกทางวัฒนธรรม ชุมชน ศิลปะร่วมสมัย และสุขภาวะ

ในด้าน มรดกทางวัฒนธรรม โครงการสำรวจประวัติศาสตร์ของคลองสาน ทั้งด้านสถาปัตยกรรม ศาสนา ครอบครัว และเรื่องราวของผู้คนในย่าน

ด้าน ชุมชน มุ่งสร้างบทสนทนาระหว่างศิลปิน คนในพื้นที่ และสถาบันต่าง ๆ เพื่อให้คนในย่านไม่ได้เป็นเพียงผู้ชม แต่มีส่วนร่วมในกระบวนการสร้างความหมายให้กับพื้นที่ของตัวเอง

ด้าน ศิลปะร่วมสมัย ศิลปะทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการตั้งคำถามต่อประวัติศาสตร์ท้องถิ่น การพัฒนาเมือง สิ่งแวดล้อม และการรับรู้พื้นที่ที่คุ้นเคยในมุมมองใหม่

ขณะที่ สุขภาวะ ถูกนำมาพิจารณาในฐานะส่วนหนึ่งของการอยู่ร่วมกันในเมือง ทั้งความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน ความทรงจำ ความรู้สึกเป็นเจ้าของพื้นที่ และสภาพแวดล้อมที่ทำให้ชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี

อีกด้านของความปกติ

หนึ่งในจุดเชื่อมโยงที่น่าสนใจของโครงการคือ สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา ซึ่งมีประวัติศาสตร์ในฐานะสถาบันจิตเวชแห่งแรกของประเทศไทย

พื้นที่แห่งนี้เปิดประเด็นเรื่องสุขภาวะไปไกลกว่าความหมายของสุขภาพทางกาย โดยชวนสำรวจอีกด้านหนึ่งของความเป็นมนุษย์ รวมถึงคำถามว่าเรากำหนด “ความปกติ” และ “ความไม่ปกติ” ขึ้นมาอย่างไร

ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับความสนใจของสังคมร่วมสมัยที่หันมาให้ความสำคัญกับสุขภาวะและความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสภาพแวดล้อมมากขึ้น ขณะเดียวกันก็เชื่อมโยงกลับไปยังประวัติศาสตร์ของพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม

อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

ศิลปะร่วมสมัยสนทนากับคลังข้อมูลของย่าน

สำหรับนักรบ มูลมานัส อีกส่วนสำคัญของการทำงานคือการนำ ศิลปะร่วมสมัยมาจัดวางบทสนทนาร่วมกับข้อมูลและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของพื้นที่

งานศิลปะจึงไม่ได้ถูกนำเข้ามาเพื่อประดับสถานที่ แต่ทำหน้าที่ตั้งคำถามและเปิดมุมมองใหม่ต่อสิ่งที่มีอยู่เดิม ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากอดีตก็สามารถทำให้งานศิลปะร่วมสมัยเกิดความหมายใหม่เมื่อกลับมาอยู่ในบริบทของพื้นที่จริง

แนวทางนี้ทำให้การสำรวจคลองสานไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการชมผลงาน แต่รวมไปถึงการเดิน การอ่าน การฟัง และการทำความเข้าใจพื้นที่ผ่านประสบการณ์หลากหลายรูปแบบ

ศิลปะกระจายออกไปสู่พื้นที่จริงของคลองสาน

“ฟากขะโน้น: The Other Side” จะกระจายการจัดแสดงและกิจกรรมไปยังสถานที่ต่าง ๆ ในย่านคลองสาน โดยแต่ละแห่งมีความสัมพันธ์เฉพาะกับประวัติศาสตร์และชีวิตของชุมชน ได้แก่ สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา, วัดทองนพคุณ, วัดทองธรรมชาติวรวิหาร, โนแมด อาร์ต เรสซิเดนซี แบงค็อก, ห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้อนงคาราม, อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และเก๋งจีนทั่งง่วนฮะ โรงน้ำปลา 200 ปี

พื้นที่เหล่านี้ทำหน้าที่เสมือนจุดต่าง ๆ บนแผนที่ ซึ่งผู้ชมสามารถเดินทางระหว่างกันเพื่อทำความรู้จักคลองสานผ่านเรื่องราวที่แตกต่างกัน

นอกจากนิทรรศการ โครงการยังมีกิจกรรมการศึกษากว่า 25 รายการ ทั้งเวิร์กช็อปการทอผ้าอย่างยั่งยืน กิจกรรมดนตรีบำบัด กิจกรรมด้านอาหาร การบรรยาย เสวนา และการเดินสำรวจย่านแบบมีไกด์

จากคลองสานไปสู่ย่านอื่นของกรุงเทพฯ

“ฟากขะโน้น: The Other Side” เป็นโครงการแรกของ “กาละ-เทศะ (Of Times and Places)” แพลตฟอร์มศิลปะเชิงวิจัยและเชิงพื้นที่ของวารินแล็บ โนแมด ซึ่งตั้งใจทำงานกับย่านต่าง ๆ ในระยะยาว

สิ่งที่เกิดขึ้นในคลองสานจึงไม่ได้เป็นเพียงนิทรรศการหนึ่งครั้ง แต่เป็นการทดลองวิธีมองเมืองผ่านศิลปะร่วมสมัย โดยเริ่มจากการทำความเข้าใจพื้นที่ ขุดค้นเรื่องราวที่มีอยู่ สร้างความสัมพันธ์กับผู้คน แล้วจึงนำศิลปะเข้าไปสร้างบทสนทนากับสิ่งเหล่านั้น

ท้ายที่สุด “ฟากขะโน้น” อาจไม่ได้ชวนเราเดินทางไปยัง “อีกฝั่ง” เพียงเพื่อค้นหาว่าที่นั่นมีอะไร หากแต่ชวนตั้งคำถามกลับมาว่า เมืองที่เราอาศัยอยู่ทุกวันนี้ถูกสร้างขึ้นจากใคร จากเรื่องราวอะไร และเมื่อเมืองกำลังเปลี่ยนแปลง เรากำลังจะพาอะไรไปกับเรา และกำลังทิ้งอะไรไว้ข้างหลัง

“ฟากขะโน้น: The Other Side” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 ธันวาคม 2569 – 28 กุมภาพันธ์ 2570 โดยมี VIP Preview ในวันที่ 8 ธันวาคม 2569 รายละเอียดรายชื่อศิลปิน ตารางกิจกรรม เวลาเปิดทำการ และข้อมูลการเดินทาง จะประกาศเพิ่มเติมต่อไป

เก๋งจีนทั่งง่วนฮะ โรงน้ำปลา 200 ปี